May 11, 2026

“…ในโลกของเรือนเวลาที่อดีตและปัจจุบันหลอมรวมกันอย่างแนบเนียนผ่านภาษาการออกแบบร่วมสมัยที่ยังคงเคารพเสน่ห์แห่งกาลเวลา Audemars Piguet เลือกเล่าเรื่องราวบทใหม่ผ่าน Neo Frame Jumping Hour เรือนเวลาที่ไม่ได้เพียงหยิบยืมความงามจากอดีต แต่ยกระดับมันขึ้นสู่ผลงานร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัว…”

แรงบันดาลใจจากปี 1929 ช่วงเวลาที่ศิลปะอาร์ตเดโคกำลังเบ่งบาน ถูกนำกลับมาตีความใหม่ผ่านตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เพรียวบาง เส้นสายแนวตั้งและลวดลาย gadroons ที่ไหลต่อเนื่องอย่างมีจังหวะ เผยให้เห็นอิทธิพลของ Streamline Moderne ในมิติที่นิ่งสงบแต่แฝงพลังอย่างลึกซึ้ง ตัวเรือนพิงค์โกลด์ 18K โอบรับหน้าปัดแซปไฟร์เคลือบ PVD สีดำ ซึ่งเผยช่องแสดงผลแบบ aperture ที่ลดทอนรายละเอียดจนเหลือเพียงแก่นแท้ของการบอกเวลาภายใต้ความเรียบง่ายนั้น คือความซับซ้อนที่ถูกซ่อนอย่างประณีต การประกอบหน้าปัดแซปไฟร์ซึ่งต้องยึดเข้ากับโครงสร้างภายในเพื่อคงคุณสมบัติกันน้ำ กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความเชี่ยวชาญเชิงช่างระดับสูงที่ไม่เคยลดทอนมาตรฐาน

 เรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 7122 ถ่ายทอดจังหวะของเวลาในรูปแบบที่แตกต่าง ชั่วโมงเคลื่อนผ่านด้วยการกระโดดอย่างเฉียบพลัน ขณะที่นาทีไหลต่อเนื่องอย่างนุ่มนวล เกิดเป็นไดนามิกที่ทั้งแม่นยำและเปี่ยมชีวิตชีวา พร้อมพลังงานสำรองยาวนาน 52 ชั่วโมง และระบบกันกระแทกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตจริง Jumping Hour ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ก่อนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และในวันนี้ถูกนำกลับมาตีความใหม่ด้วยมุมมองที่เฉียบคมและร่วมสมัยยิ่งกว่าเดิม

รายละเอียดของความสง่างามปิดท้ายด้วยสายหนังลูกวัวสีดำที่ผ่านการตกแต่งพื้นผิวแบบ textured ซึ่งถูกรวมเข้ากับตัวเรือนอย่างแนบเนียนระหว่างขานาฬิกา ขณะที่ตัวล็อกพิงค์โกลด์ 18K ทั้งในรูปแบบ pin buckle หรือ AP clasp ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเรียบหรูที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง

Neo Frame Jumping Hour จึงไม่ใช่การหวนคืนสู่อดีต แต่เป็นการต่อบทสนทนาระหว่างกาลเวลาอย่างแยบยล มรดกแห่งเวลาที่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่ในความทรงจำ แต่ยังคงเคลื่อนไหวและถูกนิยามขึ้นใหม่อย่างงดงาม

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search