ยุคนี้หมดสมัยแล้วที่เหล่าดาราคนดังจะนั่งแท่นเป็นเพียงพรีเซนเตอร์หน้ากล้อง เพราะเราได้ก้าวเข้าสู่ “Celebrity Founders Era” หรือยุคที่เซเลบริตี้กระโดดลงมาลุยธุรกิจในฐานะ “ผู้ก่อตั้งแบรนด์” ด้วยตัวเอง หยิบจับความหลงใหลส่วนตัวมาเปลี่ยนเป็นแบรนด์ที่จับต้องได้ แถมยังใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการบริหาร
วันนี้เราจะพารู้จักกับ 3 เซเลบหนุ่มชื่อดังของเมืองไทยที่เบื้องหน้าฮอตปรอทแตก ส่วนเบื้องหลังก็ขึ้นแท่นเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าจับตามอง
บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล

บิวกิ้นไม่ได้เป็นแค่นักแสดงและนักร้อง แต่ยังเป็นทายาทของ B-Quik และเป็นเจ้าของธุรกิจหลายแห่งของตัวเอง โดยปรัชญาที่เขายึดถือในการทำธุรกิจคือการ “แปลงปัญหาให้เป็นบริษัท ทำแพสชั่นให้เป็นอาชีพ” ทุกแบรนด์ที่บิวกิ้นก่อตั้งล้วนมาจากสิ่งที่เขาต้องการใช้จริงในชีวิต

Billkin Entertainment: หลังจากนาดาวต้นสังกัดเดิมแยกย้ายกันไป บิวกิ้นก่อตั้ง Billkin Entertainment เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ในวัย 22 ปี เพื่อผลิตผลงาน อีเวนต์ แฟนมีต และคอนเสิร์ตต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
WITAL: WITAL มาจากคำว่า WIT (ไหวพริบ) + VITAL (สิ่งจำเป็น) อาหารเสริมมีหลายผลิตภัณฑ์ ทั้ง Wital B+Sage ที่เน้นช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทความจำ และ WITAL I MMU-THYME ที่ช่วยสร้างภูมิต้านทาน บิวกิ้นมองธุรกิจเหมือนงานศิลปินอย่างหนึ่ง โดยเชื่อว่าต้องเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ว่ามันคือสิ่งที่ดีและมีประโยชน์จริง และต้องตรงกับความเป็นตัวตนจากข้างในจริง ๆ
Reroute: Reroute เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่บิวกิ้นตั้งใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิว โดยเลือกใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Caremate: บิวกิ้นร่วมมือกับ พีพี กฤษฎ์ อำนวยเดชกร ทุ่มทุนรวมกันทำผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากแบรนด์ Caremate โดยทั้งคู่ขึ้นแท่นเป็นซีอีโอร่วมกัน และได้รับการตอบรับดีทั้งจากแฟนคลับในไทยและต่างประเทศ
วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร

นอกเหนือจากผลงานในวงการบันเทิง วินยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกให้กับ Prada และ Tiffany & Co. และได้รับเลือกเป็น 1 ใน 30 Under 30 Asia ประจำปี 2566 แต่บทบาทที่อาจน่าประหลาดใจที่สุดคือการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งร้านขนมพรีเมียมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่าง SOURI

จุดเริ่มต้นของ SOURI เริ่มจากครอบครัวโอภาสเอี่ยมขจรร่วมกันทำกิจกรรมที่ชอบในช่วงล็อกดาวน์ แล้วลองโพสต์ขายในอินสตาแกรม โดยชื่อ SOURI มาจากภาษาฝรั่งเศส Sourire ที่แปลว่า รอยยิ้ม ผลปรากฏว่าแค่วันแรกมีออเดอร์คำสั่งซื้อเข้ามาถึง 6,000 ออเดอร์ ทำให้ต้องปิดรับออเดอร์ทันที พร้อมเกณฑ์ทุกคนในบ้านมาช่วยกันทำจากเตาอบเล็ก ๆ และใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะทำมาการองส่งลูกค้าได้ทั้งหมด
ทุกเมนูต่อยอดมาจากความหลงใหลในการทำขนมของพี่สาวของวิน ซึ่งมีโอกาสได้เรียนทำขนมที่สถาบัน Le Cordon Bleu ก่อนจะนำมาปรับและพัฒนาสูตรให้ตรงตามความชอบของตัวเองและคนในครอบครัว ในช่วงแรกขนมทุกชิ้นเป็นฝีมือของพี่สาว ขณะที่วินรับหน้าที่ทำการตลาดทั้งหมด ตั้งแต่ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ ไปจนถึงโพสต์ขาย
ในปี 2564 วินเปิดตัว Velato แบรนด์ไอศกรีมระดับพรีเมียม ก่อนที่ต่อมาแบรนด์จะรวมเข้าด้วยกันกับ SOURI โดยปัจจุบันมีจำหน่ายในร้านซูรีทุกสาขา และยังมีแบรนด์แฟชั่น Streetwear อย่าง VELENCE ของวิน เมธวิน เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 และเพิ่งกลับมาขยับขยายอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
พีช พชร จิราธิวัฒน์

พีชจบการศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ และเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของเครือเซ็นทรัล แต่เลือกสร้างธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ต้น
พีชเล่าว่าอยากมีร้านอาหารมาตั้งแต่สมัยประถม เพราะชอบบรรยากาศร้านอาหาร ชอบกิน แล้วก็อยากมีร้านของตัวเอง พอเข้ามหาวิทยาลัย ก็มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาชวนทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งถ้าเป็นวัยรุ่นทั่วไปอาจจะตั้งวงดนตรี แต่เพื่อนเล่นดนตรีไม่เป็น ก็เลยมองหากิจกรรมอื่นทำด้วยกันแทน จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Rocks Group

Potato Corner: Potato Corner เป็นของทอดที่พีชชอบกินตั้งแต่เด็ก และเลือกนำแฟรนไชส์นี้มาบริหารในไทย แม้แบรนด์แม่จะมี Playbook guideline มาให้ แต่ตลาดไทยมีความพิเศษเฉพาะตัว รสนิยมการกินแตกต่างจากประเทศอื่น จึงต้อง Localize ค่อนข้างเยอะ บางอย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น รสชาติ 4 แบบที่ต้องคงไว้ตามเดิม แต่เนื้อในและรายละเอียดต้องปรับให้เข้ากับความชอบคนไทย
UNO! Coffee: พีชร่วมทำแบรนด์กาแฟนี้กับหุ้นส่วนที่ทำงานด้วยกันใน Rocks PC โดย UNO! Coffee เปิดตัวในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 จุดขายที่ทำให้กลายเป็นกระแสทันทีคือการเลือกใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์เกอิชา 100% แบบ Single Origin โดยหมุนเวียนฟาร์มเพื่อให้ลูกค้าได้รสชาติที่หลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Great Coffee For All” (กาแฟดีสำหรับทุกคน) ในราคาเริ่มต้นเพียง 85 บาท ปัจจุบันขยายไปแล้ว 14 สาขา มียอดขายเฉลี่ย 800 แก้วต่อวันต่อสาขา รวมทุกสาขาแตะระดับหลักหมื่นแก้วต่อวัน
Khao-Sō-i: แบรนด์อาหารที่ช่วยกระจายพอร์ตของ Rocks Group ออกจากหมวดสแน็คและเครื่องดื่ม ให้ครอบคลุมตลาดอาหารมื้อหลักด้วย โดดเด่นด้วยทำเส้นสดใหม่ให้ทานกันสดทุกวัน ที่เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ในเชียงใหม่ ร้านขยายสาขามาสู่กรุงเทพฯ หลายสาขา รวมถึงสาขาสีลม สยามพารากอน และเซ็นทรัล พระราม 9



