หากคุณกำลังมองหาพื้นที่หลีกเร้นจากความวุ่นวายของโลกความจริง เพื่อเติมเต็มไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์… นี่คือเทศกาลศิลปะระดับไอคอนิกที่คนรักงานอาร์ตทั้งไทยและต่างประเทศปักหมุดรอคอยในทุกปี กับ “Hotel Art Fair 2026” ครั้งที่ 9 ณ โรงแรม KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton ซึ่งเปิดฉากขึ้นอย่างงดงามเมื่อวันที่ 5 – 7 มิถุนายนที่ผ่านมา (เวลา 11:00 – 22:00 น.)
ในปีนี้ พื้นที่ห้องพักสุดหรูรวม 36 ห้อง บนชั้น 11 และ 12 ถูกเนรมิตให้กลายเป็นแกลเลอรีเฉพาะกิจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวบรวมผลงานจากศิลปินและแกลเลอรีชั้นนำทั้งไทยและระดับอินเตอร์มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน มอบประสบการณ์การเสพงานศิลปะในบรรยากาศที่ใกล้ชิด อบอุ่น และจุดประกายแรงบันดาลใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ ภายใต้แนวคิดหลักสุดล้ำประจำปีนี้อย่าง “REM – Return to the Imaginative”
คุณวรินดา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหารจาก FARMGROUP และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Hotel Art Fair เผยถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “Hotel Art Fair คือเทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่ตั้งใจทลายกำแพงระหว่างศิลปะกับผู้คน ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวในโรงแรมให้กลายเป็นนิทรรศการที่เข้าถึงวิถีชีวิตได้ง่ายขึ้น ซึ่งตลอด 9 ครั้งที่ผ่านมา เราได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากอาร์ตเลิฟเวอร์ทั่วโลก และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทั้งมิติเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ
สำหรับธีม ‘REM – Return to the Imaginative’ ในปีนี้ เกิดขึ้นเพราะเราสังเกตว่า หลายปีที่ผ่านมาโลกศิลปะมักมุ่งเน้นไปที่ความชัดเจนและตรงไปตรงมา จนพื้นที่ของจินตนาการค่อยๆ เลือนหายไป เราจึงอยากชวนทุกคนก้าวข้ามกรอบของความจริงเข้าสู่ ‘REM’ (Rapid Eye Movement) หรือสภาวะกึ่งฝันกึ่งตื่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองสามารถโลดแล่นและสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ปราศจากตรรกะและเหตุผลใดๆ เพื่อหลุดเข้าไปในโลกใบใหม่ที่เปิดกว้างต่อการตีความ ซึ่งเราเชื่อว่านี่คือสิ่งสำคัญในบริบทสังคมปัจจุบันที่ผู้คนต้องการพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว”
ความพิเศษของเทศกาลในปีนี้ยังมาพร้อมกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจเริ่มตั้งแต่นิทรรศการเดี่ยวในห้องส่วนตัวของศิลปินระดับไอคอนอย่าง พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก (ธนชัย อุชชิน) ที่ขนผลงานภาพบุคคลผสมผสานสไตล์แอปสแตรกต์ (Abstract Portrait) ชุดใหม่แกะกล่องที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อนมาให้ชมกันแบบใกล้ชิด โดยผลงานชุดนี้เป็นงานสีบนกระดาษ (Paintings on paper) ที่ศิลปินตวัดเส้นสายถ่ายทอดอารมณ์ตามสัญชาตญาณ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการสำรวจและคลี่คลายสภาวะอารมณ์ภายในจิตใจของตนเอง
ขยับมาที่อีกหนึ่งห้องไฮไลต์ที่จะทลายกำแพงความเคร่งขรึมและศัพท์วิชาการยาก ๆ ในการชมงานศิลปะออกไปจนหมดสิ้น เพราะ กลุ่มจิตรกรวันเสาร์ ได้ยกทัพศิลปินกว่า 12 ชีวิต ตั้งแต่รุ่นเล็กวัย 20 ปี ไปจนถึงรุ่นใหญ่ชั้นครูวัย 80 ปี มาร่วมเทกโอเวอร์ห้องพักโรงแรมให้กลายเป็น Weekend Party ของคนรักศิลปะที่น่ารักและเป็นกันเองสุดๆ ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือผลงานศิลปะจะมีการ “เปลี่ยนใหม่ทุกวัน” เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เสพความสดใหม่ของ “ฝัน” ที่ไม่ซ้ำกันเลยตลอดการจัดงาน





ปิดท้ายด้วยพิกัดไฮไลต์ที่สายคอนเทนต์และคนรักงานอาร์ตต้องมาเช็กอิน กับผลงานสุดจัดจ้านของ คุณเดนนิส คาร์สสัน (Dennis Karlsson) ศิลปินสหวิทยาการ (Multidisciplinary Artist) และผู้ก่อตั้งแบรนด์สุดคัลท์อย่าง MAEWKHOO ผู้เชี่ยวชาญการทำสื่ออาร์ตข้ามสายแบบไร้ขีดจำกัด ตั้งแต่แฟชั่นไปจนถึงงาน Immersive Installation ด้วยพื้นเพที่เติบโตมาในหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งสวีเดน โซล โฮจิมินห์ ลอนดอน และกรุงเทพฯ ทำให้เขามีสัญชาตญาณในการสร้างโลกคู่ขนานผ่านผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
ครั้งนี้เขาได้ยก “ปลัดขิก” เครื่องรางไทยโบราณมาไว้ในห้องพักโรงแรมหรู เนรมิตห้องนอนธรรมดาให้กลายเป็น “ศาลเจ้าร่วมสมัย” ด้วยผลงานที่มีชื่อว่า “Dok Mai Jao” ประติมากรรมอะลูมิเนียมขัดเงาที่สูงตระหง่านถึง 4 เมตร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานและพลังงานธรรมชาติของเกาะพะงัน ความมหัศจรรย์ของงานชิ้นนี้คือพื้นผิวที่จะสะท้อนแสงแดด สภาพอากาศ และเงาของคนที่เดินผ่านไปมาแบบเรียลไทม์ กลายเป็นพื้นที่อันเปี่ยมพลังที่สอดรับกับแนวคิด REM ของงานในปีนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมชวนให้เรามาปรับบาลานซ์ความรู้สึกและพักใจไปพร้อมๆ กัน



