ในยุคที่โรงแรมหรูเปิดใหม่ปรากฏขึ้นแทบทุกเดือน ความท้าทายในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องของการสร้างห้องพักให้สวยขึ้น หรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนอยากออกเดินทาง และดูเหมือนว่า Daimon Brewery โรงผลิตสาเกเก่าแก่แห่งภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น กำลังพยายามทำสิ่งนั้น และเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

เนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปีของกิจการ Daimon Brewery ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับเชฟระดับโลกอย่าง Gaggan Anand และนักออกแบบชื่อดัง Bill Bensley เพื่อพัฒนาโครงการลักซ์ชัวรีฮอสพิทาลิตี้ขนาด 15 ห้องสวีต บนพื้นที่โรงต้มสาเกดั้งเดิมของตนเองในจังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
หากมองเผิน ๆ นี่อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งโปรเจกต์โรงแรมระดับไฮเอนด์ แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบที่อยู่เบื้องหลัง จะพบว่าความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่การนำเรื่องราวสองศตวรรษของการทำสาเกมาต่อยอดสู่รูปแบบการเดินทางร่วมสมัย

พื้นที่บริเวณเชิงเขาอิโคมะ ระหว่างโอซาก้า เกียวโต และนารา จะถูกเปลี่ยนให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงงานคราฟต์ อาหาร การออกแบบ และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสทั้งที่พัก ห้องอาหารหลากหลายรูปแบบ โปรแกรมเวลเนส และกิจกรรมที่ได้รับการออกแบบขึ้นจากรากฐานของโรงสาเกอายุ 200 ปีแห่งนี้

และสิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตามองยิ่งขึ้น คือการมีชื่อของ Gaggan Anand เข้ามาดูแลวิสัยทัศน์ด้านอาหาร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เชฟชาวอินเดียผู้สร้างชื่อจากร้านอาหารในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงผู้รังสรรค์ความเป็นเลิศแห่งรสชาติ แต่เป็นนักเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์การรับประทานอาหาร และสำหรับโปรเจกคครั้งนี้ เขาตั้งใจสร้างพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถปล่อยตัวเองออกจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติ กลิ่นอาย และจังหวะของสถานที่อย่างเต็มที่
ในอีกด้านหนึ่ง Bill Bensley ก็เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวผ่านงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ แทนที่จะเลือกแนวทางมินิมัลตามแบบฉบับญี่ปุ่นโดยทั่วไป ซึ่งกลายเป็นภาพจำของโรงแรมหรูร่วมสมัย โปรเจคนี้กลับเดินในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่ง Bensley อธิบายว่าโครงการนี้จะเป็น “Maximalist” อย่างเต็มรูปแบบ เต็มไปด้วยจินตนาการ รายละเอียด และการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับอนาคต โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณของโรงต้มสาเกดั้งเดิมเอาไว้

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือช่วงเวลาที่โครงการนี้เกิดขึ้น ในขณะที่ตลาดสาเกภายในประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตลาดต่างประเทศกลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง Daimon จึงไม่ได้มองการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเป็นเพียงการขยายธุรกิจ แต่เป็นการสร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างแบรนด์กับผู้คนทั่วโลก ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
เพราะในโลกของการเดินทางยุคใหม่ ผู้คนไม่ได้ออกเดินทางเพื่อหาห้องพักที่หรูหราที่สุดอีกต่อไป หากแต่กำลังมองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย และเรื่องราวที่ควรค่าแก่การจดจำหลังจากการเดินทาง



