“…ความรักไม่เคยเดินเป็นเส้นตรง และบางครั้งอดีตก็ยังย้อนกลับมาทดสอบหัวใจในวันที่เราคิดว่าก้าวต่อไปได้แล้ว ซีรีส์เรื่อง “MuTeLuv ตอน เลิฟ ล็อก Love Lock” ช่อง GMM 25 หยิบเอา ‘คำอธิษฐานจากรักครั้งเก่า’ มาเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่น ๆ ที่ทั้งอบอุ่นและชวนตั้งคำถามระหว่างการย้อนกลับไปแก้ไขอดีต กับการเปิดใจให้ความรู้สึกใหม่ อะไรต้องใช้ความกล้ามากกว่ากัน ผ่านการแสดงของ ดิว–จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์ และ เจมี่–จุฑาพิชญ์ อินทร์จันทร์ ซีรีส์เรื่องนี้ค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้เราได้สำรวจความเปราะบางของหัวใจ การมูฟออน และความหวังของการเริ่มต้นอีกครั้ง ผ่านเส้นเรื่องที่ผสมผสานเรื่องราวดราม่าเข้ากับคอเมดี้ที่น่าติดตาม….”

#legend_th : อยากให้ทั้งคู่เล่าถึงบทบาทที่ได้รับใน “MuTeLuv ตอน เลิฟ ล็อก Love Lock”
ดิว: “ผมรับบทเป็น ‘พายุ’ ครับ เป็นตัวละครที่เหมือนติดอยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน หลังจากเลิกกับเมย์ เขาพยายามเริ่มต้นใหม่ ออกเดต เจอคนใหม่ ๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ภาพของแฟนเก่าก็ยังตามมาหลอกหลอนตลอด ทำให้พายุไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้จริง ๆ เขาเลยเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือเขายังไม่เคยปิดบทนั้นของชีวิตเลย แรงผลักดันของพายุคือความเชื่อว่าคำอธิษฐานในอดีตอาจเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง เขาเลยตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปแก้ปมนั้น ด้วยความหวังว่าถ้าอดีตถูกคลี่คลาย เขาจะมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ”
เจมี่: “เจมี่รับบทเป็นเมย์ค่ะ เมย์เป็นผู้หญิงที่รักจริง รักเต็มที่ และพยายามกับความสัมพันธ์อย่างถึงที่สุด แต่เมื่อวันหนึ่งเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญในแบบที่ควรจะเป็น เมย์เลือกเดินออกมา แม้ว่าจะยังมีความรักอยู่ก็ตาม เป็นตัวละครที่เข้มแข็งในแบบเงียบๆ เธอไม่ได้จากไปเพราะไม่รัก แต่จากไปเพราะรู้ว่าการอยู่ต่อไปอาจทำร้ายตัวเองมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนสามารถเชื่อมโยงได้”

#legend_th: ความท้าทายของการแสดงในเรื่องนี้คืออะไร?
ดิว: “สำหรับผมคือการต้องเล่นคนเดียวเยอะมาก มีหลายซีนที่ไม่มีบทสนทนากับใครเลย ความยากคือทำยังไงให้คนดูยังรู้สึกอยากติดตาม รู้สึกว่าตัวละครมีชีวิต มีความคิด และมีความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แค่เดินไปเดินมาแล้วพูดกับตัวเองมันยากกว่าการมีบทสนทนาเยอะๆ เพราะเราต้องแบกรับพลังของซีนทั้งหมดเอง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้เยอะมากครับ”
เจมี่: “ของมี่ความท้าทายคือการเล่นสองมิติ ทั้งเมย์ตัวจริงและเมย์ในฐานะภาพหลอนของพายุ พาร์ตของภาพหลอนจะค่อนข้างอิสระ เล่นสนุก มีความขี้เล่นได้มากขึ้น แต่เมย์ตัวจริงจะจริงจังและลึกกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์ของเมย์กับประสบการณ์ชีวิตจริงของมี่มีหลายอย่างคล้ายกัน ทำให้บางฉากกระทบใจมาก บางครั้งก็ต้องดึงตัวเองออกมานิดหนึ่ง ไม่ให้อารมณ์พาไปไกลเกินไป”

#legend_th : ในเรื่องนี้ มีใครหรือมีช่วงไหนที่ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษบ้าง?
เจมี่: “ปกติมี่จะคุ้นกับภาพของดิวในบทบาทคุณชายหรือผู้ชายอบอุ่น ๆ แต่ในเรื่องนี้ พายุ เป็นผู้ชายเซอร์ ๆ ธรรมดา ๆ ซึ่งเป็นมุมที่มี่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็รู้สึกว่า เออ ดิวก็มีมุมแบบนี้เหมือนกันนะ ซีนที่มี่ประทับใจที่สุดเลยคือซีนที่เมย์บอกเลิกพายุ ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง เป็นฉากที่รู้สึกว่าอารมณ์มันชัดมาก และกระทบใจจริงๆ”
ดิว: “ถ้าพูดถึงซีนที่ประทับใจ สำหรับผมจะเป็นช่วงที่พายุกับเมย์ยังคบกันอยู่ครับ เป็นซีนที่มีความสดใส เป็นธรรมชาติ แล้วก็สนุกมาก พูดตามตรง ผมไม่เคยมีแฟนนะครับ แต่ถ้าสมมุติว่าผมมีแฟนแล้วเป็นคาแรกเตอร์แบบพายุในช่วงนั้น ผมว่ามันสนุกดี ได้แกล้ง ได้หยอก ได้เล่นกับอีกฝ่าย ซีนพวกนั้นเลยเป็นซีนที่ผมรู้สึกอินและชอบเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียวด้วย เพราะบางทีเราถ่ายซีนเบาๆ มาก่อน แล้วต้องไปต่อด้วยซีนอารมณ์หนักๆ ความรู้สึกจากซีนก่อนหน้ามันก็ยังติดอยู่ ทำให้อารมณ์ในซีนดราม่ามันไหลออกมาได้จริง ซึ่งผมรู้สึกว่าตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในความประทับใจเหมือนกัน”

#legend_th: มีซีนไหนในเรื่องที่รู้สึกว่าใกล้เคียงกับประสบการณ์ความรักในชีวิตจริงของตัวเองบ้างไหม?
ดิว: “ของผมไม่มีตรงกับชีวิตตัวเองนะครับ แต่ตรงกับเพื่อนผมมาก (หัวเราะ) เรียกว่าเกือบทุกซีนเลยก็ว่าได้ มีหลายคนถามเหมือนกันว่า “หรือจริง ๆ แล้วมึงเป็นคนแบบนี้วะ” แต่ผมพูดตรงๆ ว่าผมไม่ได้มีประสบการณ์ความรักแบบนี้ ผมแค่มีเพื่อนที่คาแรกเตอร์เหมือนพายุมากๆ ประมาณ 95% เลย อีก 5% ก็อาจจะเป็นบางสถานการณ์ที่ไม่ตรงเป๊ะ แต่โดยรวมคือผมเอามาจากเพื่อนจริงๆ”
เจมี่: “ของมี่ตรงหลายซีนเลยค่ะ โดยเฉพาะซีนที่เมย์เหมือนถึงจุดที่หมดความอดทน แล้วตัดสินใจว่าตรงนี้คือขีดจำกัดของตัวเอง เราพยายามกับความรักมาจนสุดแล้ว และไม่สามารถไปต่อได้อีก สิ่งที่มี่รู้สึกว่าเหมือนกับเมย์คือการเป็นคนที่ทุ่มเทกับความรักมาก พยายามจนกว่าจะรู้สึกว่า “โอเค เราทำเต็มที่แล้ว” แล้วถึงจะยอมรับว่าบางอย่างอาจไม่ใช่ของเรา

ในเรื่องเมย์กับพายุคบกันสามปี แต่ประสบการณ์ของมี่ในชีวิตจริงนานกว่านั้น ทำให้หลายอารมณ์ยังค่อนข้างสดใหม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะมาเล่นเรื่องนี้ไม่นาน และมี่ก็อยากให้เมย์เป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิงหลายๆ คน ที่พยายาม อดทน และให้ใจกับความรักอย่างเต็มที่ อยากให้ทุกคนได้ไปดูและรู้สึกไปกับเธอค่ะ”
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในนิตยสารฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้


