June 5, 2026

หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง เลือดรักนักฆ่า เริ่มสตรีมบน Netflix ตัวละครอย่าง “เอ็ม” ก็กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหูในช่วงเวลานี้ ตั้งแต่เสน่ห์อันซับซ้อนของตัวละคร ไปจนถึงฉากแอ็กชันสุดดุดัน และผู้อยู่เบื้องหลังบทบาทนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ศิวกร อดุลสุทธิกุล หรือ “ปอร์เช่” ศิลปินผู้สั่งสมประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาอย่างยาวนาน วันนี้ เขากำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่อีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวภายใต้ GLIIDE กับชื่ออย่างเป็นทางการ “SVRN” (Sovereign) พร้อมเปิดตัวซิงเกิลใหม่อย่าง “WHY” เพลงช้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตกค้างและคำถามที่ไร้คำตอบ ในบทสัมภาษณ์นี้ #legend_th ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาอย่างใกล้ชิด ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นครั้งใหม่ การเดินทางที่หล่อหลอมตัวตน การหวนกลับสู่วงการแสดงอีกครั้ง และโลกของ “SVRN” ที่กำลังค่อยๆ ถูกเปิดเผยผ่านเรื่องราวของเสียงดนตรี

#Legend_th: จุดเริ่มต้นในการเข้าสู่แวดวงดนตรีของปอร์เช่เป็นอย่างไร

SA: ผมเริ่มจากการเป็นนักเต้นประกวดก่อนครับผม ผมแข่ง TO BE NUMBER ONE ตั้งแต่ราวๆ 10 ต้นๆ อะไรประมาณนั้น รวมถึงเคยอยู่ที่ Kamikaze มาตั้งแต่อายุ 13-14 เลยครับ จากนั้นก็ทำผลงานเพลงมาเรื่อยๆ จนได้เข้ามาเป็น Nine by Nine และ TRINITY จนมาเป็นศิลปินเดี่ยวในตอนนี้ครับผม

#Legend_th: ประสบการณ์ในฐานะ Solo Artist ภายใต้ GLIIDE กับชื่ออย่างเป็นทางการ SVRN

SA: ผมว่าการเดินทางด้านดนตรีของผมมันค่อนข้างมีมิติมากขึ้นครับ เหมือนว่าเราได้ค้นหาตัวเองมากขึ้น เราได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไรและอยากสื่อสารอะไรกับผู้ฟังมากขึ้นครับ คงเป็นความรู้สึกที่ว่ายิ่งเราโตขึ้น ความรู้สึกของเราก็ยิ่งละเอียดขึ้น เวลาเราเขียนเพลงหรือทำเพลงเลยจะใส่รายละเอียดบางอย่างลงไปได้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของเนื้อร้อง แต่รวมถึงไอเดียหรือการเลือกเครื่องดนตรีด้วยครับ ผมรู้สึกว่าวัยที่เปลี่ยนไปทำให้เรามองอะไรได้ละเอียดมากขึ้นครับ

#Legend_th: ความประทับใจและความท้าทายที่ได้รับการกองถ่าย “เลือดรักนักฆ่า”

SA: เลือดรักนักฆ่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมได้กลับมารับงานแสดงในรอบ 6-7 ปีเลยครับ ซึ่งค่อนข้างนานมาก เป็นเรื่องที่ผมประทับใจในหลายๆ อย่าง ด้วยความที่เราเป็นศิลปินด้านดนตรีมาโดยตลอด ทำให้การแสดงสำหรับผมเป็นอีกศาสตร์ที่ผมต้องปรับตัวและปัดฝุ่นใหม่เยอะพอสมควรด้วยความที่มันใช้สกิลเซ็ตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมต้องฝึกซ้อมร่างกาย จิตใจ และปรับแต่งตัวละครให้เหมาะสมกับร่างกายเรา เพราะฉะนั้นในกองถ่าย ผมจำเป็นต้องทำให้ตัวละครนั้นๆ อยู่กับผมตลอดเวลา รวมไปถึงต้องฝึกซ้อมบทบู๊และต่างๆ ควบคู่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความเคยชินให้กับตัวผมเอง

#Legend_th: ระหว่างแวดวงดนตรีและการแสดง เส้นทางไหนที่บอกเล่าตัวตนของปอร์เช่ได้ดีที่สุด

SA: ถ้าเป็นตัวผมตอนนี้ ผมเลือกดนตรีมากกว่าครับ ไม่ใช่ว่าการแสดงเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบนะ ผมเองยินดีมากที่ได้มีโอกาสในแวดวงบันเทิง แต่ถ้าถามว่าศาสตร์ไหนที่ผมรู้สึกว่าเข้ามือและเป็นตัวผมมากกว่า ณ ตอนนี้ คำตอบคือ ดนตรีครับ

#Legend_th: อะไรคือแรงบันดาลใจสำหรับของซิงเกิลใหม่ “WHY”

SA: แรงบันดาลใจของเพลง WHY มาจากตัวผมเองครับ ในการทำอัลบัมนี้เราทำกันหลายเพลง เราจะมีการพูดคุยกันในทีมว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไงกันบ้าง ซึ่งผมวางคอนเซปต์ของอัลบัมนี้ว่าอยากให้เป็นเหมือนวาดภาพแต่ละภาพ และอยากให้แต่ละเพลงเป็นเหมือนหนึ่งภาพวาด ผมได้เอาไอเดียนี้ไปคุยกับทีม จากนั้นพวกเขาก็ปรับแต่งหลายๆ ให้มีความสมดุลมากขึ้น

เพลง WHY มันเกิดขึ้นจากความคิดที่ว่ายิ่งโตมา ผมยิ่งชอบตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงต้องมีความรู้สึกด้วย ไม่ว่าจะสุขหรือเศร้า ทำไมมีบางอย่างที่เราไม่อยากจะจำมันแต่ยังคงติดอยู่ในหัวตลอดเวลา ทำไมสิ่งที่ดีถึงถูกจดจำได้น้อยกว่าสิ่งที่แย่ อะไรทำนองนั้น ถ้าให้ตีความ ประโยคสำคัญของผมคือ ’ทำไมเราต้องมีความรู้สึก’ ทางทีมก็ช่วยเสริมให้มันคมขึ้นอีกด้วย ‘You touch me once, and I feel it forever’ เหมือนว่าความคิดหนึ่งมันสัมผัสตัวเรา และคงอยู่ตลอดไป เลยรู้สึกว่ามันน่าสนใจดี จากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกับทีมอย่างต่อเนื่อง และได้คุณแม็ก The Darkest Romance มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ช่วยจัดการสิ่งต่างๆ ให้กลมกล่อมมากขึ้นครับ

#Legend_th: คาดหวังให้ผู้ฟังรู้สึกอะไรหลังจากได้ฟังเพลงนี้

SA: จริงๆ ไม่ได้คาดหวังอะไร คือผมคิดว่า การที่เราเล่าเรื่องราวของตัวเอง มันจะมีความลึกเฉพาะของตัวเราบางอย่างที่คนภายนอกจากไม่เข้าใจ แต่การที่ได้คุณแม็กที่เรียกได้ว่าแก่ประสบการณ์มากๆ มาช่วยโปรดิวส์ให้ มันจะมีความเข้าถึงง่ายบางอย่างในการใช้คำ ตัวเขาเองเป็นคนที่ทำการบ้านกับผลงานของผมมาเยอะมาก ภาษาที่เขาใช้จะมีความคล้ายคลึงกับผม เขาจะมีการเปรียบเปรยคำพูดบางคำของผมไปสู่บางสิ่งที่ทุกคนสามารถรู้สึกร่วมไปด้วยได้ เช่นคำว่า ‘ความรู้สึก’ กลายเป็นคำว่า ‘เธอ’ แทนในเนื้อเพลง เพราะฉะนั้นคนที่ฟังสามารถเข้าใจได้ว่า อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของเขา หรือความรู้สึกของเขากับใครสักคน แต่หลักๆ แล้วผมไม่ได้อยากไปตีกรอบอะไร เพราะผมพูดถึงความรู้สึกของผมเป็นหลัก แต่ผู้ฟังจะตีความไปในทิศทางไหน ก็ยินดีทั้งนั้นครับ

#Legend_th: บุคคลต้นแบบหรือ #Legend ของปอร์เช่ในแง่ของการทำงาน

SA: ถ้าเป็นต้นแบบที่ผมให้ความเคารพมากๆ นะครับ ในด้านดนตรีสำหรับผม ผมคิดว่าเป็น G-Dragon นะ เขาเป็นคนที่ทำให้ผมยังคงรู้สึกว้าวกับดนตรีและเป็นเหมือนผู้นำด้านจิตใจของผมอยู่เสมอมาตลอด แต่ในด้านการแสดงสำหรับผมแอบยากนิดนึงเหมือนกันที่จะเลือกได้ในตอนนี้ แต่ถ้าถามว่าชื่อไหนที่โผล่มาในหัว คิดว่าเป็น Leonardo DiCaprio และ Heath Ledger ครับ เพราะจากภาพยนตร์ที่ผมเคยดู การแสดงของพวกเขาสุดยอดมากๆ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search