Bang & Olufsen หูฟังไร้สายดีไซน์ประติมากรรมของรุ่นระดับท็อปที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับชั้นสูง เปิดตัวโทนสีใหม่ Honey Tone อบอุ่นนี้ช่วยเพิ่มมิติและความเปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์ให้กับดีไซน์ของ Beo Grace ขณะเดียวกันยังคงผสานความเป็นเลิศด้านเสียง ความแม่นยำทางวิศวกรรม และงานฝีมืออันประณีตที่สั่งสมมายาวนานกว่าศตวรรษได้อย่างลงตัว
“Honey Tone เป็นโทนสีอบอุ่นนุ่มนวลที่ให้ความรู้สึกสบายใจ พร้อมถ่ายทอดความสง่างามอย่างล้ำค่า เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ถูกถ่ายทอดลงบนพื้นผิวโลหะ” Kresten Bjørn Krab-Bjerre หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ของ Bang & Olufsen กล่าว สีนี้ถ่ายทอดความหรูหราในมิติที่อ่อนโยน ให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและเปล่งประกายในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และเปี่ยมด้วยความประณีต




Beo Grace ไม่ใช่แค่หูฟัง แต่คือการสำรวจศิลปะแห่งเสียงที่สามารถสวมใส่ได้ ตัวหูฟังออกแบบจากอะลูมิเนียมขัดเงา มาพร้อมเคสชาร์จแบบไร้รอยต่อที่ผ่านการทำผิว pearl-blasted ทำให้ผสมผสานความสง่างามในการสัมผัสเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน พกพาง่ายใส่กระเป๋าโดยไม่ร้อนมือออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด Beo Grace มอบคุณภาพเสียงเหนือระดับด้วยไดรเวอร์ไทเทเนียมขนาด 12 มม. ระบบลดเสียงรบกวนแบบ Adaptive Active Noise Cancellation และระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio ปรับแต่งสำหรับ Dolby Atmos และการโทรที่คมชัด ครบถ้วนในรูปทรงกะทัดรัด เพื่อการสวมใส่ต่อเนื่องอย่างสบาย
ตัวหูฟังมาพร้อมจุกหูฟังทรงรีแบบล่าสุด ช่วยให้กระชับและปิดสนิทได้ดียิ่งขึ้น รองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP57 และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ด้วยเทคโนโลยีดูแลสุขภาพแบตเตอรี่ขั้นสูงของ Bang & Olufsen พัฒนาร่วมกับ Breathe ผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ โดยมีระบบจัดการแบตเตอรี่ที่ออกแบบเฉพาะซึ่งผ่านการทดสอบภายในมากกว่า 2,000 รอบการชาร์จ ขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมักอยู่ราว 500 รอบ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคหลายรุ่น ด้วยการผสมผสานระหว่างความงดงามแบบประติมากรรมและความเชี่ยวชาญด้านเสียง Beo Grace แปลงเสียงที่สวมใส่ได้ให้กลายเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเสียงที่งดงาม



