ในโลกที่ความหรูหราไม่อาจถูกนิยามด้วยหินอ่อนหรือทองคำได้อีกต่อไป และเมื่อคำว่า “ประสบการณ์” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญที่พลิกโฉมความหมายของความลักซ์ชัวรี่จากอดีตอย่างสิ้นเชิง บุคคลที่เข้าใจการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างลึกซึ้งไม่ใช่ใครอื่น หากแต่คือ James Oliver Burton รองประธานฝ่ายขยายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียของ Sunset Hospitality Group กลุ่มบริษัทด้าน Lifestyle Hospitality ระดับโลก
#Legend_th ได้มีโอกาสสนทนาอย่างใกล้ชิดกับเขา ถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่ภูมิภาคเอเชีย การออกแบบประสบการณ์ที่เข้าถึงอารมณ์และจิตใจของผู้คน ตลอดจนมุมมองต่อเอเชียในฐานะตลาดใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แห่งการเติบโต หากแต่คือเวทีสำคัญที่กำลังจะร่วมกันเขียนบทใหม่ให้กับอุตสาหกรรม Hospitality ของโลกอย่างแท้จริง

Legend_th: ในฐานะรองประธานที่ดูแลการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย เอเชียมีบทบาทอย่างไรในกลยุทธ์การเติบโตระดับโลกของ Sunset Hospitality Group?
JOB: สำหรับเรา เอเชียไม่ใช่แค่ตลาดใหม่ที่น่าจับตา แต่เป็นเสาหลักของอนาคตของกลุ่มบริษัทเลยทีเดียว เพราะภูมิภาคนี้มีสิ่งที่หาได้ยากมากในที่เดียวกัน ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง และกลุ่มผู้บริโภคลักซ์ชัวรี่ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากคือ เราไม่ได้มองว่าเอเชียเป็นพื้นที่สำหรับนำแนวคิดตะวันตกมาใช้แบบเดิมๆ แต่เรามองว่านี่คือโอกาสในการตีความแบรนด์ระดับโลกของเราใหม่ ผ่านมุมมองและบริบทของเอเชีย โดยยังคงรักษาสิ่งที่ทำให้ Sunset Hospitality เป็น Sunset Hospitality ไว้อย่างครบถ้วน

Legend_th: Sunset Hospitality Group เป็นที่รู้จักจากการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ผสานไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และศาสตร์แห่งอาหารระดับสูงอย่างไร้รอยต่อ ในมุมมองของคุณ คำว่า “ลักซ์ชัวรี่” กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในโลกปัจจุบัน?
JOB: ถ้าพูดตรงๆ วันนี้ความหรูหราไม่ได้อยู่ที่พื้นหินอ่อนหรือทองคำบนผนังอีกต่อไปแล้ว มันอยู่ที่ความรู้สึกและประสบการณ์ อยู่ที่ว่าคุณทำให้คนรู้สึกอย่างไรตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงก้าวสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ที่ผู้บริโภคยุคนี้เขามองหาประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของเขามากกว่า เขาให้คุณค่ากับการออกแบบที่ฉลาด การบริการที่ดูแลโดยไม่ล่วงล้ำ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างที่มีความหมาย มากกว่าความโอ่อ่าแบบเดิมที่เราเคยนิยาม ลักซ์ชัวรี่ในทุกวันนี้จึงเป็นเรื่องของเวลาที่ใช้ไปอย่างมีคุณค่า ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่แพงที่สุด

Legend_th: ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นที่สุดของโลก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยน่าสนใจต่อการลงทุนของ Sunset Hospitality Group อย่างไร?
JOB: ไทยเป็นตลาดที่รู้สึกว่า “ใช่” มากตั้งแต่แรกที่เราประเมิน กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่มีพลังงานและขนาดที่ทัดเทียมกับมหานครชั้นนำ ขณะที่ภูเก็ตและเกาะสมุยให้บรรยากาศรีสอร์ตที่เหมาะกับแบรนด์บีชและไลฟ์สไตล์ของเราอย่างลงตัว แต่สิ่งที่ทำให้ไทยโดดเด่นจริงๆ คือความเข้าใจในลักซ์ชัวรี่ของคนภายในประเทศ ที่เติบโตควบคู่กับกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญอีกหัวข้อหนึ่งคือวัฒนธรรมการบริการของไทยที่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกฝึกมาจากคู่มือ แต่ออกมาจากสัญชาตญาณและจิตวิญญาณของคน นั่นทำให้การนำแบรนด์มาปรับใช้ในไทยรู้สึกราบรื่นและจริงแท้มากกว่าที่อื่นหลายๆ แห่ง เราตั้งตารอการเปิดตัวในไทยอย่างมาก

Legend_th: เมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ ปัจจัยใดมีน้ำหนักมากที่สุดในกระบวนการตัดสินใจของคุณ?
JOB: เราจะพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบหลัก อันได้แก่ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและแนวโน้มระยะยาว ความลึกของตลาดผู้บริโภคในประเทศ คุณภาพของอสังหาริมทรัพย์และความสอดคล้องกับพันธมิตร ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ตลอดจนความเข้ากันได้ทางวัฒนธรรมกับ DNA ของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องพันธมิตรท้องถิ่น เพราะธุรกิจการบริการคือพันธะสัญญาระยะยาว เราไม่ได้แค่หาคนที่มีทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่หาคนที่มีคุณค่าและความทะเยอทะยานที่ตรงกัน เพราะนั่นคือรากฐานของทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นมาด้วยกัน

Legend_th: ในมุมมองของคุณ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความแตกต่างจากภูมิภาคอื่นอย่างไร?
JOB: ภูมิภาคนี้อายุน้อย แต่มากด้วยพลัง และการรับรู้ถึงแบรนด์ที่เร็วมาก ผู้บริโภคที่นี่โตมากับโลกดิจิทัล เปิดรับวัฒนธรรมระดับโลก และเชื่อมต่อกันผ่านโซเชียลอย่างแน่นแฟ้น กระแสนิยมที่รวดเร็ว แต่ความภักดีก็ยังคงเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงถ้าคุณสร้างความเชื่อถือได้จริง สิ่งที่ทำให้ภูมิภาคนี้โดดเด่นที่สุดคือความสมดุลระหว่างการมองโลกกว้างและความภาคภูมิใจในตัวตนท้องถิ่น ซึ่งสำหรับเราแล้ว นั่นคือโอกาสที่จะนำมาตรฐานไลฟ์สไตล์ระดับโลกมาหลอมรวมกับอัตลักษณ์ของภูมิภาคได้อย่างกลมกลืน ไม่ใช่แค่การวางของบนชั้น แต่เป็นการสร้างบางสิ่งที่รู้สึกเป็นของที่นั่นจริงๆ

Legend_th: ในอีกทศวรรษข้างหน้า คุณอยากให้ Sunset Hospitality Group ทิ้งมรดกใดไว้ในเอเชีย และโดยเฉพาะในประเทศไทย?
JOB: ผมอยากให้มรดกของเราคือการยกระดับ ไม่ใช่แค่การเปิดสถานที่ใหม่ แต่คือการสร้างจุดหมายปลายทางที่มีความหมาย ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากกลับมา สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ผมฝันถึงวันที่คนจะเห็นโปรเจกต์ของเราแล้วรู้สึกว่า “มันควรจะอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว” นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับผม และผมเชื่อว่ายังมีพื้นที่อีกมากในตลาดลักซ์ชัวรี่ไลฟ์สไตล์ที่รอการเติบโต เราหวังจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนั้นอย่างมีความหมายและยั่งยืน



