แดดเมืองกรุงที่ร้อนแรงจนแทบจะละลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้เราเฟ้นหา วิธีคลายร้อน มากมาย ตั้งแต่หนีไปรับลมเย็นริมทะเล หรือวาร์ปไปเก็บอากาศเย็นสบายที่ต่างประเทศ แต่น่าเสียดายที่เราทำแบบนั้นทุกครั้งไม่ได้นี่สิ
แม้เราจะไม่ได้มีโอกาสแพ็กกระเป๋าหนีร้อนไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้บ่อยอย่างที่ใจคิด แต่เชื่อเถอะว่าท่ามกลางป่าคอนกรีตแห่งนี้ยังมี ‘โอเอซิส’ ซ่อนตัวอยู่มากมายที่พร้อมให้คุณแวะมาเติมความสดชื่นได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง และสำหรับใครที่เริ่มเบื่อการนั่งคาเฟ่หรือเดินห้างแบบเดิมๆ เราได้รวบรวมพิกัดหลบร้อนในเมืองที่น่าสนใจมาฝากกัน
หนีร้อนไปพึ่งอาร์ต

ไม่ว่าจะเป็น BACC (หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร) ที่ตั้งอยู่ใจกลางสยาม เดินทางสะดวกเพียงไม่กี่ก้าวจากรถไฟฟ้า หรือจะเป็น MOCA (พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย) ปราสาทศิลปะสีขาวที่ดูสงบและโอ่อ่าแถบชานเมือง ทั้งสองสถานที่นี้ล้วนทำหน้าที่มากกว่าการเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ แต่เป็นเหมือน ‘โอเอซิส’ ที่ตัดขาดเราออกจากความวุ่นวายและไอร้อนระอุของแสงแดดทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป การได้เดินทอดน่องอย่างไม่เร่งรีบ ปล่อยใจไปกับรายละเอียดของผลงานระดับมาสเตอร์พีซในห้องจัดแสดงต่างๆ ไม่เพียงช่วยบำบัดจิตใจของเราเท่านั้น แต่บรรยากาศที่เงียบสงบและแอร์เย็นฉ่ำ ยังช่วยให้คุณได้หยุดพักและเติมพลังได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน โดยที่เราอาจลืมไปเลยว่าพระอาทิตย์ด้านนอกกำลังทำงานหนักแค่ไหน
หลบแดดไปนั่งชิลใต้สวนสาธารณะกลางเมือง

อีกหนึ่งวิธีคลายร้อนที่ทำง่าย ได้สุขภาพดี คือ การพาตัวเองไปเชื่อมต่อกับธรรมชาติในสวนสาธารณะ โดยเลือกช่วงเวลาที่แดดร่มลมตกอย่างเช้าตรู่หรือช่วงเย็น (เว้นช่วงกลางวันไปก่อน เพราะเรารู้กันดีว่าช่วงนั้นอากาศร้อนระอุแค่ไหน) การได้สูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าพร้อมออกกำลังกายเบาๆ อย่างการวิ่งเหยาะๆ จะช่วยปลุกความสดชื่นและลดความตึงเครียดสะสมได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ช่วงเย็นเหมาะสำหรับการเดินเล่นปล่อยใจเพื่อทิ้งความเหนื่อยล้าจากงานที่ถาโถม ให้เสียงลมและเงาไม้ช่วยเยียวยา พร้อมรับลมธรรมชาติที่ช่วยลดอุณหภูมิทั้งกายและใจได้อย่างลงตัว
หาห้องสมุด หรือ Co-working Space นั่ง

สำหรับสายอ่านหนังสือ หรืออยากหาที่นั่งทำงานเงียบๆ หลบลมร้อน การแวะมาที่ห้องสมุดสาธารณะ และ Co-working Space ในกรุงเทพฯ เป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะสถานที่เหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่แอร์เย็นสบายเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Human-Centric’ ที่เน้นความโปร่งโล่ง เพดานสูง และการจัดวางแสงธรรมชาติที่สบายตาอีกด้วย ใครที่เป็นสายห้องสมุดเราแนะนำให้ไปที่ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) และห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library) ส่วนใครที่อยากได้พื้นที่ Co-working Space เราแนะนำ อุทยานการเรียนรู้ TK Park และ ทีซีดีซี กรุงเทพ (TCDC Resource Center) เลยไม่ผิดหวัง
ลองเปลี่ยนมาใช้ชีวิตหลังพระอาทิตย์ตก

หลังพระอาทิตย์ตกดิน ไอร้อนที่สะสมไว้ทั้งวันก็เริ่มคลายตัวลง เปิดทางให้บรรยากาศอันรื่นรมย์ของเมืองยามค่ำคืนเข้ามาแทนที่ ใครที่เคยชินกับการเลิกงานแล้วพุ่งตรงกลับบ้าน ลองสลับตารางชีวิตออกมาเดินเล่นรับลมหลังพระอาทิตย์ตกดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในอีกมุมหนึ่งนั้นน่าหลงใหลและเย็นสบายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าอย่าง เยาวราช หรือ ทรงวาด ที่ในช่วงค่ำมักจะคับคั่งไปด้วยสตรีทฟู้ด และแสงไฟสว่างไสวเรียงรายอยู่ตามอาคารเก่า รวมไปถึงบาร์ และ Rooftop Bar ต่างๆ ที่ทยอยเปิดร้าน รอต้อนรับให้เราแวะไปจิบเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว พลางฟังดนตรีสดเพลินๆ สักสองสามเพลงก่อนกลับบ้าน
จอยคลาส หรือ Workshop สนุกๆ

การจอยคลาสหรือ Workshop ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นคลาส Ceramic & Pottery ที่ให้คุณได้สัมผัสความเย็นของดินเหนียวและน้ำขณะปั้นผลงาน, คลาส Floristry ที่โอบล้อมไปด้วยความสดชื่นของมวลไม้ในห้องคุมอุณหภูมิ หรือแม้แต่คลาส Perfume Blending ที่จะพาคุณดิ่งลึกไปกับกลิ่นบำบัดที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสดชื่นจากภายใน ล้วนเป็นอีกหนึ่งวิธีคลายร้อนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ในวันที่การนั่งอยู่หน้าเครื่องปรับอากาศเฉยๆ เริ่มกลายเป็นความน่าเบื่อ การได้พาตัวเองเข้าสู่ ‘หลุมหลบภัยทางความคิด’ จะช่วยเติมไฟสร้างสรรค์และทำให้คุณจดจ่อกับสิ่งที่ชอบจนลืมเวลาได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากเราจะรู้สึกสบายตัวแล้ว ยังสบายใจที่ได้จดจ่อทำในสิ่งที่ชอบจนลืมเวลา และได้ชิ้นงานชิ้นเอกอันเป็นผลจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกลับบ้านให้รู้สึกภาคภูมิใจอีกด้วย



