January 23, 2026

One Battle After Another: How Sinners, Stories, and Systems Redefined the Oscars

มานิต มณีพันธกุล รายงาน

การประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง 98th Academy Awards (Oscars 2026) เมื่อ 22 มกราคม 2026 ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือน “ลิสต์รายชื่อ” แบบปีต่อปี แต่เหมือนการประกาศ แผนที่ความหมาย ของยุคสมัย: อะไรคือเรื่องเล่าที่โลกควรถกเถียง อะไรคือความงามที่ควรถูกยกให้เป็นมาตรฐาน และอะไรคือความบันเทิงที่สามารถยืนในสนามศิลปะได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร

สัญญาณที่ดังที่สุดคือ Sinners ของ Ryan Coogler ที่ขึ้นนำด้วย 16 nominations (ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามรายงานข่าว) ขณะที่ One Battle after Another ของ Paul Thomas Anderson ตามมาติด ๆ ด้วยยอดการเข้าชิงระดับ “กวาดหมวดหลัก” และเมื่อเราวางรายชื่อผู้เข้าชิงลงไปบนโต๊ะ พิจารณาชื่อจริงทุกชื่อ เราจะเริ่มเห็นว่า Oscars 2026 ไม่ได้แค่ถามว่า “ใครเก่ง” แต่กำลังถามว่า โลกแบบไหนควรถูกทำให้เป็นเรื่องเล่าสากล

1) Best Picture ไม่ใช่ “Top 10 หนังแห่งปี” แต่คือ 10 แบบจำลองของโลกที่ Academy อยากให้เราเชื่อว่า ‘สำคัญ’

รายชื่อ Best Picture ปีนี้ประกอบด้วย Bugonia, F1, Frankenstein, Hamnet, Marty Supreme, One Battle after Another, The Secret Agent, Sentimental Value, Sinners, Train Dreams 

ถ้าดูผ่านสายตา #Legend เราจะเห็น 3 แกนใหญ่ซ้อนกันอยู่ในลิสต์นี้

แกนที่หนึ่ง: “อเมริกาเป็นโจทย์” (America as a problem set)

การที่ Sinners และ One Battle after Another อยู่ในตำแหน่งหัวแถวของปี สื่อว่า Academy กำลังให้คะแนนกับหนังที่อ่าน “อเมริกา” แบบโครงสร้างอำนาจ, ประวัติศาสตร์, ความรุนแรงเชิงสถาบัน, race/class มากกว่าหนังดราม่าปัจเจกที่พาคนดูร้องไห้แล้วจบ

พูดอีกแบบ: ปีนี้ออสการ์เหมือนกำลัง “ให้รางวัลกับการอธิบายระบบ” มากกว่าการอธิบายความรู้สึก

แกนที่สอง: “วรรณกรรม–กอธิก–ความทรงจำ” (Literary/Gothic Memory Economy)

Hamnet และ Frankenstein ไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่คนดูจำได้ มันคือการประกาศว่าปีนี้ความขรึม ความเป็นวรรณกรรม ความเป็น myth และคำถามเชิงปรัชญา กลับมาเป็นทุนวัฒนธรรมระดับรางวัลใหญ่แบบเต็มตัว
นี่คือ “ความหรูของเรื่องเล่า” ที่ไม่ต้องอาศัยความไวรัล แต่ชนะด้วยน้ำหนักทางความคิด

แกนที่สาม: “โลกหลายศูนย์อำนาจ” (Multipolar Cinema)

การที่ The Secret Agent และ Sentimental Value ยืนอยู่ใน Best Picture พร้อมกัน ทำให้ภาพโลกปีนี้ไม่ใช่ “Hollywood = ศูนย์กลาง” แต่เป็น หลายศูนย์กลาง ที่เล่าเรื่องคนละภาษา แต่แข่งขันกันในมาตรฐานเดียวกัน

2) Directing ปีนี้คือการ “รับรองวิธีคิด” มากกว่ารับรองชื่อเสียง

รายชื่อ Best Director คือ Chloé Zhao (Hamnet), Josh Safdie (Marty Supreme), Paul Thomas Anderson (One Battle after Another), Joachim Trier (Sentimental Value), Ryan Coogler (Sinners) 

นี่คือชุดรายชื่อที่เด่นชัดมาก เพราะมันบอกว่า Academy ให้ “เครดิตกับสถาปัตยกรรมของการเล่าเรื่อง” (narrative architecture) ไม่ใช่แค่การกำกับให้สวยหรือการคุมกองให้สวยเนี๊ยบ

  • PTA คือ โครงสร้างแบบอเมริกันคลาสสิกที่กัดระบบ
  • Coogler คือ การเมืองของอัตลักษณ์ที่เล่าแบบ mass แต่ไม่ลดความซับซ้อน
  • Trier คือ ความละเอียดทางอารมณ์ที่ไม่หลุดจากความคิด
  • Zhao คือ สายตากวีที่เปลี่ยนความเงียบให้เป็นภาษา
  • Safdie คือ พลังของความหนาแน่นและแรงเฉื่อยของยุคทุนนิยม

สรุปสั้น ๆ: ออสการ์ปีนี้ให้คะแนนกับ “worldview” ของผู้กำกับ

3) Acting categories = ดาว + โครงสร้าง + สัญลักษณ์

Best Actor: Timothée Chalamet (Marty Supreme), Leonardo DiCaprio (One Battle after Another), Ethan Hawke (Blue Moon), Michael B. Jordan (Sinners), Wagner Moura (The Secret Agent)
Best Actress: Jessie Buckley (Hamnet), Rose Byrne (If I Had Legs I’d Kick You), Kate Hudson (Song Sung Blue), Renate Reinsve (Sentimental Value), Emma Stone (Bugonia)

ถ้าอ่านแบบลึก สิ่งที่น่าสนใจกว่าชื่อคือ “การจัดวางพลัง” ของนักแสดง:

  • ฝั่งชายมีทั้ง star power (DiCaprio, Chalamet) และ symbolic power ที่พาหนัง “นอกศูนย์กลาง” เข้ามาสู่หมวดใหญ่ (Moura จาก The Secret Agent)
  • ฝั่งหญิงคือการปะทะกันระหว่าง “ความเป็นวรรณกรรม” (Hamnet), “ความเปราะของชีวิตร่วมสมัย”, และ “พลังของการแสดงแบบคอนเซ็ปชวล” (Bugonia)

หมวดสมทบยิ่งทำให้ภาพชัดว่าเรื่องเล่าปีนี้ต้องการ “คนคุมโทน” ไม่ใช่แค่คนขโมยซีน:
Supporting Actor: Benicio Del Toro (One Battle after Another), Jacob Elordi (Frankenstein), Delroy Lindo (Sinners), Sean Penn (One Battle after Another), Stellan Skarsgård (Sentimental Value)
Supporting Actress: Elle Fanning (Sentimental Value), Inga Ibsdotter Lilleaas (Sentimental Value), Amy Madigan (Weapons), Wunmi Mosaku (Sinners), Teyana Taylor (One Battle after Another)

สังเกตได้เลยว่า Sentimental Value ไม่ได้เป็นแค่ “หนังนอร์เวย์ที่มาไกล” แต่มาในฐานะหนังที่ Academy ยอมรับว่า มีน้ำหนักทั้งการเล่าเรื่องและการแสดงระดับโครงสร้าง (ถึงขั้นมีผู้เข้าชิงหลายตำแหน่งใน acting)

4) Screenplay คือ “สนามจริงของความฉลาด” และปีนี้คือปีของงานเขียนที่ไม่กลัวความคิดอันกว้างไกล

Adapted Screenplay:

  • Bugonia — Screenplay by Will Tracy
  • Frankenstein — Written for the Screen by Guillermo del Toro
  • Hamnet — Screenplay by Chloé Zhao & Maggie O’Farrell
  • One Battle after Another — Written by Paul Thomas Anderson
  • Train Dreams — Screenplay by Clint Bentley & Greg Kwedar

Original Screenplay:

  • Blue Moon — Robert Kaplow
  • It Was Just an Accident — Jafar Panahi (+ collaborators)
  • Marty Supreme — Ronald Bronstein & Josh Safdie
  • Sentimental Value — Eskil Vogt, Joachim Trier
  • Sinners — Ryan Coogler

นี่คือสองหมวดที่บอกเราชัดว่า “ความใหม่” ปีนี้ไม่ได้แปลว่าแค่คอนเซ็ปต์แปลก
แต่คือความใหม่แบบ คิดเป็นระบบ: จาก PTA ไปจนถึง Panahi รายชื่อเหมือนบอกว่า Academy ยังเชื่อใน “การเขียน” ในฐานะเครื่องจักรผลิตความหมายของโลก

5) International Feature = โลกหลายภาษา แต่แข่งขันในสนามเดียวกัน (และนี่คือ soft power แบบใหม่)

International Feature Film ปีนี้คือ
Brazil: The Secret Agent / France: It Was Just an Accident / Norway: Sentimental Value / Spain: Sirāt / Tunisia: The Voice of Hind Rajab 

ถ้าพูดแบบการทูตวัฒนธรรม: นี่ไม่ใช่หมวด “ปลอบใจนานาชาติ” แต่เป็นหมวดที่ทำหน้าที่เหมือนเวทีสหประชาชาติของภาพยนตร์ ใครเล่าเรื่องได้ชัด ใครมีภาษา cinematic ที่โลกอ่านออก ก็ขึ้นมานั่งโต๊ะเดียวกับ Hollywood ได้จริง

และเมื่อ Sentimental Value โผล่ทั้งใน Best Picture, Directing, Acting และ Screenplay มันคือสัญญาณว่า “นานาชาติ” ไม่ได้อยู่แค่หมวดนานาชาติ แต่มันกำลัง “ทับซ้อน” เข้าสู่แกนกลางของรางวัล

6) สำหรับชาว #legend: Costume/Production/Score คือพื้นที่ที่ความงาม “ชนะด้วยแนวคิด” ไม่ใช่แค่สวย

หมวดที่แฟนแฟชั่นควรล็อกอินเข้าชมทันทีคือ Costume Design:
Avatar: Fire and Ash (Deborah L. Scott), Frankenstein (Kate Hawley), Hamnet (Malgosia Turzanska), Marty Supreme(Miyako Bellizzi), Sinners (Ruth E. Carter)

นี่คือภาพชัดว่า Academy ปีนี้ให้คุณค่ากับ “เสื้อผ้า” ในฐานะ ภาษาโลกของเรื่องเล่า (world-building) ไม่ใช่แค่ความงามบนผิวผ้า:

  • Avatar = สเกลของจักรวาลและชนเผ่า
  • Frankenstein/Hamnet = ประวัติศาสตร์และวรรณกรรมที่ต้องแม่นเชิงวัฒนธรรม
  • Sinners = การเมืองของยุคสมัยและตัวตนที่ถูกกดทับ
  • Marty Supreme = ความเป็นอเมริกันร่วมสมัยที่ต้องคุมโทน

ด้านดนตรีก็ชัดมากว่า “ความคลาสสิก” อยู่ร่วมกับ “โลกป๊อป” ได้โดยไม่ขัดเขิน
Original ScoreBugonia (Jerskin Fendrix), Frankenstein (Alexandre Desplat), Hamnet (Max Richter), One Battle after Another (Jonny Greenwood), Sinners (Ludwig Göransson)
Original Song มี “Golden” จาก KPop Demon Hunters อยู่ร่วมลิสต์กับงานสายภาพยนตร์จ๋า นี่คือจุดที่ Academy ยอมรับแรงสั่นสะเทือนของวัฒนธรรมดิจิทัลจริง ๆ

บทสรุป: Oscars 2026 คือการประกาศ “ระเบียบโลกของเรื่องเล่า” (Narrative World Order)

ถ้าจะสรุปแบบไม่ทำให้มันกลายเป็นแค่ข่าวลิสต์รายชื่อ:
Oscars 2026 คือปีที่ Academy ส่งสาร 3 บรรทัดใหญ่ ๆ

  1. หนังที่ชนะใจยุคสมัย ต้องอธิบายระบบได้ไม่ใช่แค่ทำให้เรารู้สึก
  2. ความเป็นสากลไม่ได้แปลว่าเหมือนกันแต่มาจากการเล่าเรื่องท้องถิ่นให้ “โลกอ่านออก”
  3. ความงามทางเทคนิค (เสื้อผ้า/ฉาก/เสียง/ดนตรี) ถูกยกระดับเป็นการเมืองของความหมายไม่ใช่เครื่องประดับของหนัง

และเมื่อทุกอย่างมารวมกัน โดยมี Sinners เป็นจุดศูนย์กลางของปี มันเลยไม่ใช่แค่ “ปีที่ใครได้ชิง” แต่เป็นปีที่ออสการ์กำลังบอกเราว่า

“โลกควรถูกเล่าแบบไหน ถึงจะมีน้ำหนักพอจะกลายเป็นความจริงร่วมสมัย”

(การโหวตรอบสุดท้ายและตารางสำคัญของ 98th Oscars ถูกประกาศไว้โดย Academy และพิธีจะจัดขึ้นวันที่ 15 มีนาคม 2026)

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search