เมื่ออุณหภูมิริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนเริ่มสูงขึ้น Burberry ก็พาเสน่ห์แบบ British summer อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเดินทางสู่เฟรนช์ริเวียร่า ผ่านความร่วมมือครั้งใหม่กับ Hôtel Belles Rives โรงแรมสไตล์อาร์ตเดโคระดับตำนาน ณ เมืองอองติบส์ ประเทศฝรั่งเศส

ตลอดฤดูร้อนปี 2026 นี้ Burberry ได้เข้ามาเทคโอเวอร์พื้นที่บีชคลับเหนือระดับและระเบียงที่มาพร้อมทิวทัศน์ทะเลของโรงแรม พร้อมตีความบรรยากาศของ French Riviera ใหม่ผ่านมุมมองแบบอังกฤษที่ทั้งผ่อนคลายและสง่างามในเวลาเดียวกัน ผ่านการนำลายเช็กอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาปรับเฉดให้กลายเป็นสีน้ำเงินเฉพาะของ Hôtel Belles Rives ก่อนนำไปตกแต่งทั่วพื้นที่ของโรงแรม ตั้งแต่บีชคลับไปจนถึงลิฟต์ดั้งเดิมจากยุค 1920

ความร่วมมือครั้งนี้ถูกนำเสนออย่างกลมกล่อมและเป็นธรรมชาติ เพราะ Hôtel Belles Rives เองนับเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม ตั้งแต่เคยเป็นบ้านพักของ F. Scott Fitzgerald ผู้เขียน The Great Gatsby และยังเป็นสถานที่ที่เขาเริ่มเขียนนิยายเรื่อง Tender Is the Night ขณะที่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้เรียกได้ว่า โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นจุดนัดพบของศิลปินและนักเขียนระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น Ernest Hemingway หรือ Gertrude Stein

ในอีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่าง Burberry กับวัฒนธรรมริมทะเลเองก็มีรากฐานยาวนานไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่ยุคของ Thomas Burberry ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่หลงใหลในธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการเดินทางและการใช้ชีวิตใกล้น้ำ ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แบรนด์เคยออกแบบเสื้อผ้าสำหรับการแล่นเรือใบและกิจกรรมทางทะเลมาแล้ว ซึ่งแนวคิดเหล่านั้นยังคงถูกถ่ายทอดต่อผ่านคอลเล็กชัน High Summer 2026 ที่เต็มไปด้วยลวดลายชายฝั่ง ชุดว่ายน้ำ และรายละเอียดที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์แห่งการผจญภัยของแบรนด์

สิ่งที่น่าสนใจคือ Burberry ไม่ได้เพียงนำโลโก้ของตัวเองมาวางอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แต่เลือกส่งต่อประสบการณ์ฤดูร้อนที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตริมทะเลอย่างแท้จริง แขกผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับไอศกรีมแท่ง Burberry บนระเบียงริมทะเล ชมพระอาทิตย์ตกที่ The Fitzgerald Bar หรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษอย่างการเล่นสกีน้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในอ่าวแห่งนี้

ท่ามกลางโรงแรมริมทะเลมากมายในเฟรนช์ริเวียร่า Hôtel Belles Rives ยังคงมีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการรักษาบรรยากาศของยุคทองแห่งการเดินทางเอาไว้ได้อย่างงดงาม ทั้งห้องพักสไตล์อาร์ตเดโค ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ดูแทบไม่เปลี่ยนไปจากช่วงเวลาที่ Fitzgerald เคยนั่งเขียนนิยายของเขา

และเรื่องราวนี้อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความร่วมมือครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกพิเศษกว่าการทำ summer takeover ทั่วไป เพราะมันไม่ใช่เพียงการตกแต่งโรงแรมด้วยรหัสลับของ Burberry แต่เป็นการพาเรื่องราวของการเดินทาง วรรณกรรม และฤดูร้อนแบบยุโรป กลับมามีชีวิตอีกครั้งริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนอีกครั้ง



