May 19, 2026

‘โอม ธนกฤต เจียมจรรยา’ นักแสดงรุ่นใหม่จาก DOMUNDI TV กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักแสดงนำที่น่าจับตามอง จากผลงานที่ค่อยๆ ขยายขอบเขตอย่างมีทิศทางชัดเจน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาน่าสนใจยิ่งกว่า ไม่ได้อยู่แค่ผลงานที่กำลังจะตามมา หากคือวิธีคิดที่เติบโตอย่างมีชั้นเชิงและหนักแน่นในแบบของตัวเอง

จากผลงานก่อนหน้าอย่าง ‘ข้ามฟ้าเคียงเธอ’ ที่ทำให้ผู้ชมเริ่มจดจำชื่อของเขาได้ ไปจนถึงโพรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว โอมกำลังสร้างพื้นที่ของตัวเองผ่านบทบาทที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น

“ตอนนี้กำลังมีสองเรื่องที่อยากให้รอติดตามครับ เรื่องแรกคือ ‘ที่สามของเธอ’ ผมรับบทเป็น ‘สอง’ ซึ่งเป็นฝาแฝดกับตัวละครหลัก เป็นพี่ชายที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาและความสัมพันธ์ของตัวละครอื่นๆ มันเป็นบทที่ไม่ได้อยู่แค่เส้นตรงเดียว แต่เป็นเหมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนเรื่องราวในหลายมิติ

อีกเรื่องคือ ‘พ่อมดลุ้นรัก’ เป็นแนวพ่อมดแฟนตาซี ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างใหม่สำหรับวงการซีรีส์ Boy Love ในไทยนะครับ เพราะยังไม่ค่อยมีใครทำแนวนี้จริงจัง แต่ละคู่จะมีเส้นเรื่องของตัวเองเลย เหมือนสามเรื่องราว สามรส สามสไตล์ ซึ่งไม่ซ้ำกันแน่นอน สำหรับผมมันทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้นมาก”

แม้จะเริ่มต้นจากการเรียนสายวิทย์-คณิตช่วงมัธยมปลาย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้นเมื่อเขาได้สัมผัสโลกของวงการบันเทิงในฐานะบัณฑิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“จริงๆ ผมเรียนสายวิทย์-คณิตมาตลอดนะครับ จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยถึงได้เปลี่ยนมาเรียนนิเทศ พอได้ลองทำงานทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง ผมรู้เลยว่าเรามีความสุขกับอะไร มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากตอนนั่งทำแลป หรือแก้โจทย์เลขเลยครับ พอได้อยู่หน้ากล้อง เรารู้สึกว่าใจมันไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ”

แม้จะมีผลงานต่อเนื่อง แต่โอมยังคงนิยามตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่ยังใหม่และกำลังเรียนรู้

“ผมว่าความยากของการเป็นนักแสดงสำหรับผมตอนนี้ คือความที่เรายังใหม่ครับ เรายังไม่ได้ผ่านบทบาทเยอะๆ เหมือนนักแสดงที่มีประสบการณ์มากกว่า บางครั้งการต้องเล่นเป็นคนที่ไม่ใช่ตัวเอง หรือการต้องเข้าไปทำความเข้าใจตัวละครในมิติที่ลึกขึ้น มันไม่ง่ายเลยนะครับ แต่ในความยากนั้นมันก็สนุกมาก มันทำให้เราอยากลอง อยากไปต่อ”

เมื่อพูดถึงบทบาทในฝัน เขาหยิบยกคาแรกเตอร์ที่คนแฟชั่นรู้จักดีอย่าง Miranda Priestly จาก The Devil Wears Prada

“ผมอยากลองเล่นคาแรกเตอร์แบบ Miranda Priestly จาก The Devil Wears Prada เขาเป็นตัวละครที่มีมิติมาก ทุกการแสดงออกมันมีเหตุผล มีพลัง แล้วก็มีความเป็นตัวเองสูงมาก มันไม่ใช่ตัวร้ายแบบชัดเจน แต่เป็นคนที่มีมุมมองของตัวเอง ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้มันยากและน่าสนใจ อีกบทบาทหนึ่งที่ผมอยากลองคือบทฆาตกรในซีรีส์แนวสืบสวนแบบ Knives Out ครับ การที่เราต้องแสดงเป็นคนที่ดูไร้เดียงสา ทั้งที่รู้อยู่กับใจว่าเราทำอะไรบางอย่างไป มันท้าทายมาก ต้องควบคุมทั้งสีหน้า แววตา และความรู้สึกภายในไม่ให้แสดงออกมาตรงๆ ครับ”

นอกจากที่เขาจะอยากลองสวมบทบาท Miranda Priestly เขายังมองว่า Meryl Streep เป็นนักแสดงที่เขายึดถือเป็นต้นแบบ จนอาจเรียกได้ว่าเป็น #legend ตัวจริง

“สำหรับผมแล้ว Meryl Streep คือ definition ของคำว่านักแสดงเลยครับ วิธีที่เขาทำการบ้าน วิธีที่เขาเข้าใจตัวละคร มันลึกมาก ผมชอบวิธีคิดของเขาด้วยครับ เขาไม่ได้มองตัวเองเหนือกว่าคนอื่น ไม่ได้แบ่งชนชั้นในวงการ เขาเป็นคนที่ถ่อมตัวมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้จริงๆ”

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงวันแรกที่เริ่มต้น เขายอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย แต่ประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิตทำให้เขาเรียนรู้และกล้าที่จะเป็นตัวเองมากนิ่งขึ้น 

“สมัยก่อนผมวิ่งแคสติ้งเยอะมากครับ ไปแทบทุกที่ที่มีโอกาส ตอนนั้นเราสู้มากในรูปแบบหนึ่ง แต่พอมาถึงวันนี้ เรายังสู้เหมือนเดิมครับ แค่เป็นการสู้คนละแบบ เรามีพื้นฐาน มีโอกาส มีความเข้าใจในตัวเองมากขึ้น ยิ่งเป็นตัวเอง คนยิ่งรักเรา

ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมเป็นตัวเองมากขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่มีแฟนคลับอีกนะครับ เมื่อก่อนเรากลัวว่า ถ้าเราเป็นตัวเอง คนจะไม่รักเรา แต่พอเราได้ลองจริงๆ แล้วมันกลับกันเลย ยิ่งเราเป็นตัวเอง คนยิ่งรักเรา ผมโชคดีที่มีแฟนคลับที่เขารักและชื่นชมในตัวของโอมในแบบที่โอมแสดงออกมาจริงๆ ไม่ต้องแบบมาปั้นหน้า ต้องพยายามจะเป็นแบบที่คนอื่นอยากให้เราเป็น แต่ว่าเราเป็นตัวเองครับ”

แต่ในความมั่นใจในการกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้นนั้น เขาก็ไม่ปฏิเสธความเปราะบางที่ยังคงมีอยู่เสมอ

“ผมเป็นคนอ่อนไหวง่ายนะครับ เวลาเห็นคอมเมนต์หรือคำวิจารณ์ก็มีรู้สึกเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่แคร์เลย ผมเองมีความรู้สึกที่เหมือนกับทุกคน ไม่ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะทนรับแรงกระแทกหรือคำวิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เราก็พยายามเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ กับความคิดให้มันดีขึ้นครับ”

นอกเหนือจากงานในวงการ สำหรับโอมแล้วสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือครอบครัว

“ผมอยากดูแลครอบครัวให้เขาสบายครับ อยากให้เขาเชื่อมั่นว่าเราสามารถยืนอยู่ในวงการนี้ได้จริงๆ การที่เราไม่ได้ทำงานประจำ แต่ทำงานในวงการนี้ สามารถทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้โดยที่เขาไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

เมื่อถูกถามถึง “ตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด” โอมตอบได้โดยไม่ลังเล

“ผมคิดว่าเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของผม คือการที่ผมมีความสุขในทุกวันครับ ไม่จำเป็นต้องเก่งขึ้น หรือดูดีขึ้นอะไรขนาดนั้น แค่เป็นคนที่รักตัวเอง และมีความสุขกับชีวิตในแบบของตัวเองก็พอแล้วครับ”

สิ่งที่ทำให้นักแสดงผู้มีใบหน้าอันยิ้มแย้มเป็นกันเองเสมอคนนี้โดดเด่น อาจไม่ใช่เพียงแค่บทบาทการแสดงที่หลากหลาย แต่คือการเติบโตอย่างมีทิศทางและซื่อตรงต่อความเป็นตัวเอง เมื่อประสบการณ์หล่อหลอมทั้งความมั่นใจและความเปราะบางให้เดินไปพร้อมกัน โอมกำลังพิสูจน์ว่าเส้นทางในวงการนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แต่ต้องจริงใจกับตัวตนในทุกจังหวะของการก้าวต่อไป

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search