April 29, 2026

“แล้วที่เธอยังไม่รู้ก็คือ… เสื้อไหมพรมตัวนั้นน่ะ มันไม่ใช่แค่สีฟ้าธรรมดา ไม่ใช่สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ไม่ใช่สีน้ำเงินลาพิสด้วยซ้ำ แต่มันคือ ‘สีฟ้าเซรูเลียน’ ต่างหาก”

บทพูดสุดไอคอนิกของตัวละคร Miranda Priestly ในภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada (2006) ที่ไม่ได้เป็นเพียงบทสนทนาเชืดเฉือนเบ่งอำนาจกันไปมา แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญให้กับ Andy และคนดูว่า ในโลกของแฟชั่น “สี” ไม่เคยเป็นแค่สี และสิ่งที่ดูเหมือนธรรมดา อาจซ่อนความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด

#legend_TH ขอชวนทุกคนมารู้จักกับ 5 สี ที่ผ่านตาอาจจะดูธรรมดา แต่กลับซ่อนความหายและประวัติศาสตร์ไว้มากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้น เราจะมาเป็นสีธรรมดาเหมือนกันไม่ได้!

Cerulean Blue

เริ่มต้นด้วย Cerulean Blue สีฟ้าที่มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า “Caeruleus” ซึ่งหมายถึงท้องฟ้าหรือท้องทะเล ในปี 1999 Pantone ได้ประกาศให้สีนี้เป็น “Color of the Year” สีแรกแห่งสหัสวรรษใหม่ (ปี 2000) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความเชื่อมั่น และความหวังท่ามกลางการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ต่อมาในปี 2002 สีนี้ได้สร้างปรากฏการณ์บนรันเวย์ผ่านแบรนด์ระดับโลกอย่าง Oscar de la Renta ตามมาด้วยคอลเลกชันของ Yves Saint Laurent จนเกิดปรากฏการณ์ Trickle-down Effect ที่ส่งอิทธิพลจากแฟชั่นชั้นสูงลงสู่แบรนด์ระดับกลาง และกลายเป็นสินค้า Mass Market ในที่สุด เหมือนกับบทเรียนแฟชั่นที่ Miranda Priestly เคยร่ายยาวไว้ในภาพยนตร์นั่นเอง

Chartreuse Green

Chartreuse Green คือสีเขียวอมเหลืองที่เปี่ยมด้วยความเปรี้ยวซ่าและลึกลับ ชื่อของสีนี้มีที่มาจากเหล้าสมุนไพรสูตรลับของพระนิกายคาร์ทูเซียน (Carthusian Monks) ในฝรั่งเศส ซึ่งเกิดจากการผสมผสานสมุนไพรและดอกไม้กว่า 130 ชนิด จนได้สีเขียวเรืองแสงที่เป็นเอกลักษณ์

ด้วยความที่โทนสีนี้มีความ “กึ่งสวยกึ่งแปลก” จึงกลายเป็นลายเซ็นของดีไซเนอร์อย่าง Dries Van Noten และ Miuccia Prada ที่มักนำมาใช้ในสไตล์ “Ugly-Chic” หนึ่งในลุคที่น่าจดจำจากเจ้าสีเขียวนี้คือชุดราตรีสี Chartreuse ที่ Nicole Kidman สวมใส่บนพรมแดงงาน Oscars 1997 ซึ่งออกแบบโดย John Galliano สำหรับ Dior

Tyrian Purple 

หากจะหาเฉดสีที่เป็น “ราชาแห่งสี” คงไม่มีสีไหนเทียบเท่า Tyrian Purple สีที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและชนชั้นสูงมาแต่อดีตกาล สีย้อมนี้สกัดจากเมือกของ “หอยสังข์หนาม” โดยชาวฟีนิเชียน ซึ่งต้องใช้หอยมากถึง 12,000 ตัวเพื่อให้ได้สีย้อมเพียง 1.5 กรัม

ด้วยกระบวนการผลิตที่ยากลำบากและมีกลิ่นฉุนรุนแรงจนโรงงานย้อมต้องตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง สีนี้จึงมีราคาสูงลิบลิ่วและถูกสงวนไว้สำหรับจักรพรรดิเท่านั้น แม้ปัจจุบันจะใช้สีสังเคราะห์แทน แต่เหล่าแบรนด์หรูก็ยังคงเลือกใช้สีนี้เพื่อดึงกลิ่นอายความสูงศักดิ์และความลึกลับ

Poppy Red

แดงไหนก็คงไม่จับใจเท่า Poppy Red สีแดงที่เปี่ยมด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์ โดยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ดอกป๊อปปี้สีแดงได้กลายเป็นสัญลักษณ์สากลเพื่อระลึกถึงทหารผู้ล่วงลับ เนื่องจากเป็นดอกไม้ชนิดแรกๆ ที่เบ่งบานในสมรภูมิที่เคยถูกทำลาย

ในโลกศิลปะ ศิลปินกลุ่ม Impressionist อย่าง Claude Monet มักใช้สีแดงป๊อปปี้เพื่อสร้างจุดเด่นตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียว ส่วนในโลกแฟชั่น สีนี้ถูกยกให้เป็น “Universal Red” เนื่องจากเป็นเฉดที่สมดุล ไม่เอนเอียงไปทางโทนร้อนหรือโทนเย็นจนเกินไป ทำให้เข้าได้กับทุกสีผิว มอบพลังที่ดูขี้เล่นแต่เย้ายวนได้อย่างน่าอัศจรรย์

Aureolin Yellow

Aureolin Yellow หรือที่รู้จักในชื่อ Cobalt Yellow ถูกสังเคราะห์ขึ้นครั้งแรกในปี 1848 โดยนักเคมีชาวเยอรมัน ในยุคที่สีเหลืองส่วนใหญ่มักซีดจางง่าย Aureolin กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยคุณสมบัติโปร่งแสงสูง เมื่อระบายซ้อนทับกันจะเกิดมิติที่ดูนุ่มนวลเหมือนแสงแดดจริง

สีเฉดนี้เคยเป็นสีที่มีราคาสูงและถูกสงวนไว้สำหรับศิลปินระดับปรมาจารย์เท่านั้น ด้วยความบริสุทธิ์และความอบอุ่นที่มีความลึกในตัว เหมาะกับงาน Tailoring ที่ดูสะอาดตา หรือการเล่นกับ Texture ผ้าที่มีมิติ  เมื่อนำมาใช้จึงช่วยยกระดับลุคให้ดู Sophisticated มีระดับ และมีมิติมากกว่าสีเหลืองทั่วไป

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search