April 28, 2026

“แล้วที่เธอยังไม่รู้ก็คือ… เสื้อไหมพรมตัวนั้นน่ะ มันไม่ใช่แค่สีฟ้าธรรมดา ไม่ใช่สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ไม่ใช่สีน้ำเงินลาพิสด้วยซ้ำ แต่มันคือ ‘สีฟ้าเซรูเลียน’ ต่างหาก”

บทพูดสุดไอคอนิกของตัวละคร Miranda Priestly ในภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada (2006) ที่ไม่ได้เป็นเพียงบทสนทนาเชืดเฉือนเบ่งอำนาจกันไปมา แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญให้กับ Andy และคนดูว่า ในโลกของแฟชั่น “สี” ไม่เคยเป็นแค่สี และสิ่งที่ดูเหมือนธรรมดา อาจซ่อนความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด

#legend_TH ขอชวนทุกคนมารู้จักกับ 5 สี ที่ผ่านตาอาจจะดูธรรมดา แต่กลับซ่อนความหายและประวัติศาสตร์ไว้มากกว่าที่คิดไปพร้อมๆกัน

Cerulean Blue

เริ่มต้นด้วย Cerulean Blue สีฟ้าที่มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า “Caeruleus” ซึ่งหมายถึงท้องฟ้าหรือท้องทะเล ในปี 1999 Pantone ได้ประกาศให้สีนี้เป็น “Color of the Year” สีแรกแห่งสหัสวรรษใหม่ (ปี 2000) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความเชื่อมั่น และความหวังท่ามกลางการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ต่อมาในปี 2002 สีนี้ได้สร้างปรากฏการณ์บนรันเวย์ผ่านแบรนด์ระดับโลกอย่าง Oscar de la Renta ตามมาด้วยคอลเลกชันของ Yves Saint Laurent จนเกิดปรากฏการณ์ Trickle-down Effect ที่ส่งอิทธิพลจากแฟชั่นชั้นสูงลงสู่แบรนด์ระดับกลาง และกลายเป็นสินค้า Mass Market ในที่สุด เหมือนกับบทเรียนแฟชั่นที่ Miranda Priestly เคยร่ายยาวไว้ในภาพยนตร์นั่นเอง

Chartreuse Green

Chartreuse Green คือสีเขียวอมเหลืองที่เปี่ยมด้วยความเปรี้ยวซ่าและลึกลับ ชื่อของสีนี้มีที่มาจากเหล้าสมุนไพรสูตรลับของพระนิกายคาร์ทูเซียน (Carthusian Monks) ในฝรั่งเศส ซึ่งเกิดจากการผสมผสานสมุนไพรและดอกไม้กว่า 130 ชนิด จนได้สีเขียวเรืองแสงที่เป็นเอกลักษณ์

ด้วยความที่โทนสีนี้มีความ “กึ่งสวยกึ่งแปลก” จึงกลายเป็นลายเซ็นของดีไซเนอร์อย่าง Dries Van Noten และ Miuccia Prada ที่มักนำมาใช้ในสไตล์ “Ugly-Chic” หนึ่งในลุคที่น่าจดจำจากเจ้าสีเขียวนี้คือชุดราตรีสี Chartreuse ที่ Nicole Kidman สวมใส่บนพรมแดงงาน Oscars 1997 ซึ่งออกแบบโดย John Galliano สำหรับ Dior

Tyrian Purple

หากจะหาเฉดสีที่เป็น “ราชาแห่งสี” คงไม่มีสีไหนเทียบเท่า Tyrian Purple สีที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและชนชั้นสูงมาแต่อดีตกาล สีย้อมนี้สกัดจากเมือกของ “หอยสังข์หนาม” โดยชาวฟีนิเชียน ซึ่งต้องใช้หอยมากถึง 12,000 ตัวเพื่อให้ได้สีย้อมเพียง 1.5 กรัม

ด้วยกระบวนการผลิตที่ยากลำบากและมีกลิ่นฉุนรุนแรงจนโรงงานย้อมต้องตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง สีนี้จึงมีราคาสูงลิบลิ่วและถูกสงวนไว้สำหรับจักรพรรดิเท่านั้น แม้ปัจจุบันจะใช้สีสังเคราะห์แทน แต่เหล่าแบรนด์หรูก็ยังคงเลือกใช้สีนี้เพื่อดึงกลิ่นอายความสูงศักดิ์และความลึกลับ

Poppy Red

แดงไหนก็คงไม่จับใจเท่า Poppy Red สีแดงที่เปี่ยมด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์ โดยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ดอกป๊อปปี้สีแดงได้กลายเป็นสัญลักษณ์สากลเพื่อระลึกถึงทหารผู้ล่วงลับ เนื่องจากเป็นดอกไม้ชนิดแรกๆ ที่เบ่งบานในสมรภูมิที่เคยถูกทำลาย

ในโลกศิลปะ ศิลปินกลุ่ม Impressionist อย่าง Claude Monet มักใช้สีแดงป๊อปปี้เพื่อสร้างจุดเด่นตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียว ส่วนในโลกแฟชั่น สีนี้ถูกยกให้เป็น “Universal Red” เนื่องจากเป็นเฉดที่สมดุล ไม่เอนเอียงไปทางโทนร้อนหรือโทนเย็นจนเกินไป ทำให้เข้าได้กับทุกสีผิว มอบพลังที่ดูขี้เล่นแต่เย้ายวนได้อย่างน่าอัศจรรย์

Aureolin Yellow

Aureolin Yellow หรือที่รู้จักในชื่อ Cobalt Yellow ถูกสังเคราะห์ขึ้นครั้งแรกในปี 1848 โดยนักเคมีชาวเยอรมัน ในยุคที่สีเหลืองส่วนใหญ่มักซีดจางง่าย สีเหลือง Aureolin จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยคุณสมบัติโปร่งแสงสูง เมื่อระบายซ้อนทับกันจะเกิดมิติที่ดูนุ่มนวลเหมือนแสงแดดจริง

สีเฉดนี้เคยเป็นสีที่มีราคาสูงและถูกสงวนไว้สำหรับศิลปินระดับปรมาจารย์เท่านั้น ด้วยความบริสุทธิ์และความอบอุ่นที่มีความลึกในตัว เหมาะกับงาน Tailoring ที่ดูสะอาดตา หรือการเล่นกับ Texture ผ้าที่มีมิติ  เมื่อนำมาใช้จึงช่วยยกระดับลุคให้ดู Sophisticated มีระดับ และมีมิติมากกว่าสีเหลืองทั่วไป

Photo Credits: Courtesy of brands

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search