February 7, 2026

“…ก่อนที่แฟชั่นจะกลายเป็นเรื่องของรันเวย์ กระแส และภาพจำบนโซเชียล โลกของแฟชั่นเคยเริ่มต้นจาก “การใช้งานจริง” และหนึ่งในรากฐานที่ทรงอิทธิพลที่สุดก็คือ โลกของม้า หรือ Equestrian พื้นที่ซึ่งมนุษย์เรียนรู้เรื่องวินัย ความแข็งแรง ความสง่างาม และการเคลื่อนไหวที่เปี่ยมพลัง…”

และเมื่อก้าวเข้าสู่ ตรุษจีนปี 2026 ปีมะเมียไฟ (Fire Horse) สัญลักษณ์ของพลัง ความกล้า ความเร็ว และการเปลี่ยนผ่าน ม้าจึงกลับมามีความหมายอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะสัตว์แห่งตำนาน แต่ในฐานะ “ต้นกำเนิดของแฟชั่น” ที่ยังคงส่งแรงสะเทือนมาจนถึงปัจจุบัน

Hermès

Hermès คือหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ลักชัวรีที่ความเชื่อมโยงกับโลก Equestrian ไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจเชิงสัญลักษณ์ หากแต่ฝังรากลึกอยู่ในจุดกำเนิดของแบรนด์อย่างแท้จริง นับแต่ปี 1837 ที่แบรนด์ได้ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงปารีส โดย Thierry Hermès ในฐานะเวิร์กช็อปผลิตอานม้าและเครื่องหนังสำหรับการขี่ม้า ให้กับชนชั้นสูงและราชสำนักยุโรป งานฝีมือของ Hermès ถูกยอมรับในด้านความประณีต ความแข็งแรง และความเข้าใจการเคลื่อนไหวของม้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์ Equestrian ที่ต้องรองรับทั้งผู้ขี่และสัตว์อย่างสมดุล

ทักษะเหล่านี้กลายเป็น DNA ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหนังคุณภาพสูง การตัดเย็บด้วยมือที่แม่นยำ หรือการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่ต้องทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง คุณค่าทั้งหมดล้วนถ่ายทอดตรงมาจากโลกของการขี่ม้า

แม้ Hermès จะขยายสู่แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์ แต่จิตวิญญาณของ Equestrian ยังคงปรากฏชัด
ตั้งแต่ กระเป๋า Kelly และ Birkin ที่ใช้โครงสร้างแข็งแรงแบบอานม้า

Gucci

ความสัมพันธ์ระหว่าง Gucci กับวัฒนธรรม Equestrian ไม่ได้เริ่มต้นจากแฟชั่นรันเวย์ หากถือกำเนิดขึ้นจาก “วิถีชีวิต” และการเดินทางของชนชั้นสูงในยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นับแต่ปี 1921 ที่แบรนด์ได้ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองฟลอเรนซ์ โดย Guccio Gucci ผู้ซึ่งเคยทำงานในโรงแรม Savoy กรุงลอนดอน ที่นั่นเขาได้ใกล้ชิดกับลูกค้าชั้นสูง นักเดินทาง และเหล่าขุนนางผู้มากับกระเป๋าเดินทาง เครื่องหนัง และอุปกรณ์ขี่ม้าคุณภาพสูง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเข้าใจรสนิยม ความหรูหรา และความสำคัญของงานฝีมือที่ผสานการใช้งานจริงเข้ากับสถานะทางสังคม

ในช่วงแรก Gucci มุ่งผลิต อุปกรณ์ขี่ม้า เครื่องหนัง และแอ็กเซสซอรีสำหรับการเดินทาง ซึ่งกลายเป็นจุดตั้งต้นของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับโลก Equestrian อย่างชัดเจน และต่อมาได้แปรเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ทางแฟชั่นที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน หนึ่งในไอคอนสำคัญที่สุดคือ Horsebit ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 แรงบันดาลใจจากชิ้นส่วนโลหะของบังเหียนม้า ถูกนำมาปรับใช้เป็นดีไซน์ของรองเท้าโลฟเฟอร์ กระเป๋า และเครื่องประดับ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความสง่างามแบบ Equestrian ผสานเข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่อย่างลงตัว

Longchamp

แม้ภาพจำของ Longchamp ในปัจจุบันจะผูกโยงกับกระเป๋า Le Pliage และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยของเมืองใหญ่ แต่หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์ จะพบว่า Longchamp มีสายสัมพันธ์กับโลก Equestrian อย่างลึกซึ้งและเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าที่หลายคนคาดคิด ในปี 1948 ฝรั่งเศสยังคงมีวัฒนธรรมการขี่ม้าเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสูงและชีวิตประจำวัน แบรนด์เริ่มต้นจากการผลิต อุปกรณ์หนังสำหรับการขี่ม้า และแอ็กเซสซอรีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว การเดินทาง และกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งล้วนต้องอาศัยความทนทาน ความยืดหยุ่น และงานฝีมือ

ยิ่งกว่านั้น ชื่อ “Longchamp” เองก็มีนัยยะทาง Equestrian อย่างชัดเจน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก สนามแข่งม้า Longchamp Racecourse หนึ่งในสนามแข่งม้าที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส หัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง Longchamp กับโลกการขี่ม้า อยู่ที่ ปรัชญาของการออกแบบ มากกว่าสัญลักษณ์ที่โจ่งแจ้ง แบรนด์ให้ความสำคัญกับ “การเคลื่อนไหว” และ “อิสระ” ซึ่งเป็นแก่นเดียวกับวัฒนธรรม Equestrian กระเป๋าและแอ็กเซสซอรีของ Longchamp จึงถูกออกแบบให้เบา คล่องตัว แข็งแรง และพร้อมเดินทาง คุณสมบัติเดียวกับอุปกรณ์ขี่ม้าที่ดี

Burberry

ความเกี่ยวข้องระหว่าง Burberry กับโลก Equestrian อาจไม่ปรากฏในรูปของอานม้าหรืออุปกรณ์ขี่ม้าโดยตรงเหมือนบางแบรนด์ หากแต่ฝังรากอยู่ใน “วิถีชีวิตแบบอังกฤษ” ที่การขี่ม้า การล่าสัตว์ และกิจกรรมกลางแจ้ง คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชนชั้นสูงมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้นสำคัญในเรื่องนี้คือการพัฒนา ผ้า Gabardine ในปี 1879 ผ้านวัตกรรมที่กันฝน ระบายอากาศ และทนทาน เหมาะอย่างยิ่งกับกิจกรรมกลางแจ้งของสุภาพบุรุษอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการขี่ม้า การล่าสัตว์ หรือการเดินทางในสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน

ในยุคที่การขี่ม้าเป็นทั้งกีฬา การคมนาคม และสัญลักษณ์ของสถานะ เสื้อโค้ต เสื้อคลุม และแจ็กเก็ตของ Burberry จึงกลายเป็นเครื่องแต่งกายสำคัญของนักขี่ม้า นายทหาร และชนชั้นสูงที่ต้องการความคล่องตัว นี่คือจุดที่ Burberry เชื่อมโยงกับโลก Equestrian ผ่าน ฟังก์ชันและสไตล์ มากกว่าสัญลักษณ์เชิงตกแต่ง หนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือ Trench Coat ซึ่งพัฒนามาจากเสื้อโค้ตสำหรับทหาร แต่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของชนชั้นสูง รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการขี่ม้า รายละเอียดอย่างสายรัด เอว เข็มขัด และโครงสร้างที่รองรับการเคลื่อนไหว ล้วนสอดคล้องกับท่าทางและความต้องการของผู้ขี่ม้าโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งกว่านั้น โลโก้ Equestrian Knight Design ที่เปิดตัวในปี 1901 คือการยืนยันความสัมพันธ์นี้อย่างเป็นรูปธรรม อัศวินบนหลังม้า ถือธงคำว่า Prorsum (ภาษาละติน แปลว่า “ก้าวไปข้างหน้า”) สะท้อนคุณค่าของเกียรติยศ การปกป้อง และการเคลื่อนไปข้างหน้า สะท้อนถึงคุณค่าหลักของทั้งวัฒนธรรมการขี่ม้าและอัตลักษณ์แบบ British Gentleman

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search