“…ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การเดินทางที่ “ช้าลง” อาจเปรียบได้เป็นดั่งความหรูหรารูปแบบใหม่ และ The Blue Jasmine คือภาพสะท้อนของแนวคิดนั้นได้อย่างตรงประเด็น ขบวนรถไฟคลาสสิกจากยุค 1960 ที่ได้รับการชุบชีวิตขึ้นใหม่ทั้งขบวน การบูรณะนี้ไม่ได้เพียงแต่จะพาเราเคลื่อนผ่านภูมิประเทศของเมืองไทย หากแต่พาเราย้อนกลับไปสัมผัสคุณค่าของเวลา เรื่องราว และงานหัตถศิลป์ที่เผยตัวออกมาในทุกจังหวะการเดินทาง…”

ความร่วมมือระหว่าง DTH Travel และ Jim Thompson ได้ยกระดับรถไฟสายประวัติศาสตร์ขบวนนี้ให้กลายเป็น “พื้นที่ศิลปะเคลื่อนที่” ที่ถ่ายทอดมรดกไทยในมุมมองร่วมสมัย ตั้งแต่ก้าวแรกก่อนออกเดินทาง ณ Jim Thompson Heritage Quarter ที่ซึ่งมื้อค่ำ 5 คอร์สในธีม Blue Jasmine ทำหน้าที่เป็นบทนำอย่างละเมียด ก่อนจะนำผู้เดินทางเข้าสู่โลกที่ศิลปะ วัฒนธรรม และการเดินทางหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ภายในขบวนรถไฟ ทั้ง 10 ตู้โดยสารได้ถูกเนรมิตด้วยไอเทมตกแต่งจาก Jim Thompson กว่า 2,000 ชิ้น ทุกพื้นผิว ทุกลวดลาย และทุกเฉดสี ล้วนสะท้อนความประณีตของงานหัตถศิลป์ไทย ตั้งแต่ผ้าไหมที่ใช้ในห้องพักส่วนตัว ห้องอาหาร ไปจนถึงโซนชมวิว ซึ่งเปิดพื้นที่ให้สายตาได้ทอดยาวออกไปสู่เมืองมรดกโลกอย่างอยุธยา สุโขทัย อุทัยธานี และเชียงใหม่ ราวกับการอ่านบทกวีที่เปิดเผยความหมายทีละบท

รายละเอียดน้อยใหญ่เหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่สร้างความทรงจำควรจดจำ ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ชุด Amenity Kit หรือแม้แต่โชว์รูม Jim Thompson บนขบวนรถไฟแห่งแรกของแบรนด์ ที่เชื้อเชิญให้ผู้โดยสารได้เลือกสัมผัสและเป็นเจ้าของชิ้นงานซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณของ “Beyond Silk” อย่างแท้จริง

The Blue Jasmine x Jim Thompson จึงไม่ใช่เพียงการเดินทาง 9 วันบนรางรถไฟ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลา ผ่านรากเหง้าทางวัฒนธรรม และผ่านมุมมองใหม่ของความหรูหราที่ไม่เร่งรีบ เป็นประสบการณ์ที่ย้ำเตือนว่า บางครั้ง การเดินทางที่มีความหมายที่สุด อาจไม่ใช่การไปให้ไกลที่สุด แต่คือการได้ “รู้สึก” ให้ลึกที่สุดในทุกช่วงขณะ



