January 27, 2026

“…ในฤดูกาล A/W 2026 ของ Paris Fashion Week Men’s แฟชั่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างภาพจำใหม่ให้กับสไตล์ผู้ชาย หากแต่กลายเป็นพื้นที่ของการตั้งคำถามต่อเวลา ตัวตน และบทบาทของเสื้อผ้าในโลกที่เคลื่อนไหวเร็วเกินกว่าจะหยุดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รันเวย์ในปีนี้จึงไม่ได้แข่งขันกันด้วยความหวือหวาหรือเรื่องราวที่แปลกใหม่ หากแต่ถูกขับเคลื่อนด้วย “มิติและน้ำหนักของความคิด” ที่ซ่อนอยู่ในซิลูเอต เนื้อผ้า และจังหวะของรายละเอียด…”

เพราะในฤดูกาลนี้ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่สิ่งที่ใหญ่ที่สุด หากคือรายละเอียดเล็กน้อยที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างลึกซึ้ง และทัศนคติที่กล้ายืนหยัดในจังหวะของตนเอง และ #legend_th ได้คัดเลือกโชว์น่าสนใจจาก Paris Fashion Week Men’s A/W 2026 มาให้แล้ว คอลเลกชันที่ควรค่าแก่การรับชม ไม่ใช่เพียงด้วยสายตา หากด้วยความคิด

Lemaire

สำหรับคอลเลกชัน A/W 2026 ณ Paris Fashion Week Men’s ในครั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ Lemaire เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตามองไม่ได้หยุดอยู่ที่เพียงโครงสร้างของเสื้อผ้าที่สอดรับกับคอนเซปต์ “Modular Wardrobe” ที่ทางแบรนด์ยึดถือมาอย่างยาวนาน เพื่อการสวมใส่ร่วมกับคอลเลกชันก่อนหน้าได้อย่างกลมกล่อม แต่รวมไปถึงเรื่องของการตีความกฏเกณฑ์ของแฟชั่นโชว์ขึ้นใหม่ในแบบของตน ผ่านการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและศิลปะการแสดงเพื่อพาผู้ชมเข้าสู่มิติของแฟชั่นแบบในที่ต่างออกไป โดยในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำเสนอผ่านโปรเจค mine eyes ที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินสายการละครอย่าง Nathalie Béasse นำมาสู่ฉากของชีวิตที่ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านเรื่องราวไปพร้อมกับผลงานดีไซน์จากคอลเลกชันใหม่

ในแง่มุมของการออกแบบ คอลเลกชันใหม่ของ Lemaire ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสร้างสรรค์ที่แปลกแหวกแนวแต่อย่างใดในเรื่องของซิลลูเอท หากแต่ใช้เรื่องของ “รายละเอียด” ในการบอกเล่าเรื่องถึงแนวคิดที่สดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทนสีสด หรือวัสดุมันวาว ไปจนถึงขนสัตว์ในรูปแบบต่างๆ มาแมทช์คู่กับผลงานดีไซน์ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายมินิมัลและฟังก์ชั่นการใช้งาน นำมาสู่ผลลัพธ์ของคอลเลกชันที่เป็นเสมือนบทสนทนาระว่าง ร่างกาย ฟังก์ชั่น และวัสดุ ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในทุกวัน

Amiri

รันเวย์ของ Amiri ประจำคอลเลกชัน F/W 2026 บนเวที Paris Fashion Week Men’s ครั้งนี้ คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า Mike Amiri ยังคงเป็นดีไซเนอร์ที่เข้าใจภาษาการออกแบบของตนอย่างชัดเจน จากแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางวัฒนธรรมดนตรีและสตรีตของลอสแอนเจลิส วันนี้ AMIRI ได้กลายเป็นชื่อที่ฝังรากอยู่บนปฏิทินแฟชั่นอย่างมั่นคง โดยในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำ Laurel Canyon มาใช้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของการออกแบบคอลเลกชัน สถานที่ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของเสรีภาพและเสน่ห์ของเวสต์โคสต์จากยุค 70s ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่อีกครั้งแต่ในมุมมองที่ร่วมสมัยยิ่งกว่า

โดยแง่มุมของการดีไซน์ Amiri ไม่ได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนตัวตนของแบรนด์แต่อย่างใด หากแต่เพิ่ม “มิติ” ให้รายละเอียดในส่วนต่างๆ สอดรับกับแรงบันดาลใจของคอลเลกชัน โดยไม่ลืมไปซึ่งกลิ่นอายความ เท่ ดิบ และความมั่นใจอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์ ตั้งแต่เทเลอร์ลิ่งสุดเนี้ยบ ที่แมทช์เข้ากับเสื้อยืดกลิ่นอายร็อคแอนด์โรล กางเกงเอวสูงขาเข้ารูปและเดนิมฟอกสี ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตและแจ็คเก็ตสไตล์ Rockabilly ทั้งหมดล้วนบ่งบอดถึงความเป็น effortless cool ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

IM MEN

ในเรื่องของแพทเทิร์น ผืนผ้า และเฉดสี  Issey Miyake คือผู้เล่นระดับเรือธงที่มีความเชี่ยวชาญขั้นสูง และคอลเลกชัน FORMLESS FORM ของ IM MEN ณ Paris Fashion Week Men’s A/W 2026 ก็ยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะโชว์ในครั้งนี้ IM MEN เลือกแสดงจุดยืนที่เด่นชัดที่ต้องการให้วัสดุเป็นผู้กำหนดรูปทรง แทนที่จะเป็นองค์ประกอบที่กำหนดโครงสร้างเสื่อผ้า ซึ่งทำให้การนำเสนอในครั้งนี้ประกอบไปด้วยหลายซีรี่ย์การนออกแบบ

เริ่มต้นตั้งแต่ CLAY ที่ถือเป็นไฮไลต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างเฉียบคม เนื้อผ้า heat-reactive ที่เปลี่ยนรูปเมื่อสัมผัสกับร่างกาย ส่งผให้เสื้อผ้าดูราวกับมีชีวิต ต่อมากับ DAWN outerwear ที่ไล่เฉดสีแบบย้อมมือ ราวท้องฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัน ขณะที่งานทอ KASURI งานออกแบบที่สร้างสรรค์จากผ้าผืนเดียวและสามารถปรับรูปทรงได้หลายแบบ ตัวอย่างชั้นดีของความคิดเชิงฟังก์ชั่นที่ไม่แยกขาดจากวิถีความงามของการออกแบบ และ RAFT ที่ทาง IM MEN ใช้เป็นพื้นที่ทดลองระหว่าง “รูปทรง” และ “การใช้งานจริง” อย่างชัดเจน ซิลูเอตต์แบบ padded ถูกขยายให้ดูมีมวลและเป็นประติมากรรมที่มาพร้อมฟังก์ชันของการสวมใส่ ผ่านการใช้ฉนวนแบบเชือกจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ซึ่งให้ความอบอุ่นใกล้เคียงกับขนดาวน์ ส่งผลให้ความอบอุ่นเกิดขึ้นจาก “โครงสร้าง” ไม่ใช่เพียงน้ำหนักของวัสดุ

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ รายละเอียดเล็กน้อยที่สร้างมิติความสนุกให้กับลุคบนรันเวย์อย่าง “TO GO bags” กระเป๋าใบจิ๋วที่มาในรูปทรงแก้วกาแฟ อันเป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับของใช้ประจำวันด้วยงานฝีมือและวัสดุระดับสูง พร้อมสะท้อนถึงแนวคิด functional beauty ที่ไม่เพียงจะเป็นการลดทอนไปซึ่งการตกแต่งเกินจำเป็น หากแต่ยังเป็นกิมมิคเล็กน้อยที่สร้างความน่าสนใจให้กับโชว์ในครั้งนี้ได้อย่างน่าประทับใจ

Yohji Yamamoto

ในซีซั่นนี้ รันเวย์ของ Yohji Yamamoto ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ของการจัดแสดงเสื้อผ้า หากแต่ถูกแปรสภาพเป็น “สังเวียน” เชิงสัญลักษณ์ ที่ซึ่งสัญญะของความขบถ รุนแรง และความอ่อนโยน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งการออกแบบของคอลเลกชันนี้ได้ตอกย้ำถึงภาษาประจำตัวของ Yohji Yamamoto อย่างชัดเจน ตั้งแต่การเลือกใช้ซิลลูเอตขนาดใหญ่ที่อัดแน่นด้วยน้ำหนักและเงา ทั้งการจัดวางผ่านเลเยอร์ที่มีความทับซ้อน ไปจนถึงรายละเอียดแบบ patchwork ที่สะท้อนความตั้งใจในการยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโลกแฟชั่นชั้นสูง ด้วยเหตุนี้ งานเทเลอริ่งในคอลเลกชันจึงไม่ได้มุ่งแสวงหาความเนี้ยบหรูตามขนบ หากแต่ทำหน้าที่ถ่ายทอด “ความงามของความไม่สมบูรณ์แบบ” มากกว่า

JUUN.J

คอลเลกชัน JUUN.J ประจำฤดูกาล F/W 2026 เปรียบเสมือนการตั้งคำถามต่อนิยามของ “ความเป็นทางการ” อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงการพยายามยกระดับมิติของสูทให้เนี้ยบขึ้น หากแต่เป็นการทดสอบขอบเขตความเป็นไปได้ของมัน คอลเลกชันประจำฤดูกาลนี้ JUUN.J เลือกโฟกัสที่ทักซิโดในฐานะทั้งสัญลักษณ์และโครงสร้าง ก่อนจะรื้อ แยก และประกอบมันใหม่และจัดวางอย่างจงใจท้าทายต่อสายตาของผู้ชม

ความน่าสนใจประจำคอลเลกชันนี้คือเรื่องของการตีความเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมขึ้นใหม่ ซิลูเอตของเสื้อผ้ายังคงเป็นภาษาหลักที่แบรนด์ใช้ในการสื่อสาร ตั้งแต่แจ็กเก็ตบอมเบอร์และเสื้อหนังทรงโอเวอร์ไซส์ขยาย กางเกงทรงบอลลูน และทรงขากว้าง ที่ทางแบรนด์ออกแบบอย่างตั้งใจให้มีความโอเวอร์ไซส์และผิดแปลกไปจากขนบดั้งเดิม การเล่นในเรื่องของการสลับไปมาระหว่างความเคร่งครัดและความผ่อนคลายนี้ กลายเป็นหนึ่งในจุดชูโรงของคอลเลกชั่นที่นอกจากจะสะท้อนถึงภาพของสุภาพบุรุษร่วมสมัย ยังคงสอดรับกับต้นแบบแรงบันดาลใจที่ต้องการทดลองความเป็นไปได้ของแบรนด์ได้อย่างตรงประเด็น

Comme Des Garçons

คอลเลกชันล่าสุดของ Rei Kawakubo สำหรับ Comme des GARÇONS Homme Plus ถูกนำเสนอภายใต้ชื่อ “Black Hole” เปรียบเสมือนการเดินทางเชิงปรัชญาสู่ต้นกำเนิดของการมีอยู่ และวัฏจักรของการสร้างใหม่อย่างไม่รู้จบ ซึ่งนับตั้งแต่วันแรกที่แบรนด์ถือกำเนิด Kawakubo ยังคงยึดโยงกับจุดเริ่มต้นอันลึกลับของตนเอง ขณะเดียวกันก็ผลักพรมแดนทางสุนทรียะออกไปสู่มิติที่ไม่เคยถูกสำรวจมาก่อนอย่างต่อเนื่อง

เสื้อผ้าในโชว์ปรากฏตัวราวกับวัตถุที่โคจรรอบเรือนร่างของนายแบบ วิกผมที่ชวนตระหนกและหน้ากากฮอกกี้ที่แข็งกระด้างช่วยสร้างบรรยากาศเหนือจริงและตัดขาดจากโลกแฟชั่นแบบเดิม งานเทเลอร์ริ่งซึ่งเคยเป็นโครงสร้างหลักของเสื้อผ้าถูกลดสถานะลงมาเป็นเพียง “องค์ประกอบ” ที่พร้อมถูกบิด แยก และทำลาย รายละเอียดการจับย่นคล้ายพื้นผิวของหลุมอุกกาบาต รวมถึงการเปิดเผยโครงสร้างภายในของเสื้อผ้า ล้วนท้าทายตรรกะของรูปทรงและการสวมใส่ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kawakubo

ขณะเดียวกัน อัตลักษณ์การลบเส้นแบ่งทางเพศสภาพของ Comme des GARÇONS ยังคงถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจน ผ่านการสไตล์ลิ่งร่วมกับกระโปรง ชุดเดรส และการปรับแต่งซิลูเอตที่ไม่ยึดโยงกับร่างกายใดร่างกายหนึ่งเป็นศูนย์กลาง รายละเอียดเหล่านี้ทำให้โชว์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดพื้นที่ของความเป็นไปได้ใหม่ๆ หากแต่เป็นการตอกย้ำถึงแก่นแท้ของแบรนด์ ในฐานะเครื่องมือของความคิด การตั้งคำถาม และการท้าทายต่อความเคยชินของขนบดั้งเดิม

AURALEE

คอลเลกชัน AURALEE Fall/Winter 2026 ถูกนำเสนอท่ามกลางฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของ Musée de l’Homme ในฐานะบทพิสูจน์สำคัญว่าแบรนด์จากโตเกียวยังคงครองตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาของสีและวัสดุอย่างไร้ข้อกังขา เพราะสำหรับ Ryota Iwai ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบเหล่านี้แล้ว ความหรูหราไม่เคยถูกนิยามด้วยโลโก้ หากแต่อยู่ในสมดุลอันแม่นยำระหว่างน้ำหนักของเนื้อผ้าและเฉดสีที่ถูกเลือกมาอย่างจงใจ

ในฤดูกาลนี้ AURALEE เลือกแสดงจุดยืนที่ชัดเจนด้วยการจัดสไตล์รันเวย์ทั้งหมดด้วยรองเท้าของแบรนด์เอง แม้ว่าผลงานที่เขาทำร่วมกับ New Balance จะประสบความสำเร็จและสร้างกระแสได้มากเพียงใด ทั้งหมดนี้เพื่อลดทอนสิ่งรบกวนทางสายตา และเปิดพื้นที่ให้เสื้อผ้าได้เผยศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งสำหรับเรื่องของการดีไซน์แล้ว คอลเลกชันนี้ทำหน้าที่เสมือนบทสนทนาพิเศษระหว่างทฤษฎีสีและสัญญะความมินิมัลในแง่มุมของการออกแบบ ไม่เพียงเท่านั้น “จังหวะของสี” ถูกแทรกลงในซิลูเอตคลาสสิกอย่างมีชีวิตชีวา ตั้งแต่เสื้อโค้ตหนังสีน้ำเงินรอยัล นิตแวร์สีเขียวมินต์ ไปจนถึงกางเกงวูลสีแดงสด เสริมด้วยสีเหลืองและม่วงในเสื้อเชิ้ตและเอาต์เตอร์แวร์ ทุกเฉดสีถูกคำนวณมาเพื่อขับเน้นพื้นผิวของวัสดุโดยไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก

และในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยการใช้ชื่อและการร่วมงานเพื่อเรียกร้องความสนใจ AURALEE ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสะพาน ฝั่งที่เชื่อว่าเสียงที่ทรงพลังที่สุด มักซ่อนอยู่ในตะเข็บที่สมบูรณ์แบบ และสีที่ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันที่สุด

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search