ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน โลกความงามอาจถูกขับเคลื่อนด้วย K-Beauty จากเกาหลี หรือ J-Beauty จากญี่ปุ่น แต่ในช่วงปี 2024-2026 นี้ สังเกตอย่างชัดเจนว่าทางฝั่ง T-Beauty (Thai Beauty) จากไทย ได้สร้างแลนด์มาร์คบนอุตสาหกรรมความงามในฐานะคลื่นลูกใหม่ที่กำลังเป็นกระแส ด้วยจุดแข็งที่แตกต่างและตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Srichand (ศรีจันทร์) หรือ Mistine (มิสทีน) ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสู้กับสภาพอากาศร้อนชื้น ทำให้ได้แป้งที่คุมมันและรองพื้นที่ติดทนยาวนาน ตอบโจทย์ในแง่เครื่องสำอางที่ ‘เอาอยู่’ ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่แบรนด์รุ่นใหม่อย่าง La Glace ก็สร้างปรากฏการณ์ไวรัลในโลกโซเชียลด้วยผลิตภัณฑ์ดีไซน์ที่ดูเท่และขบถ ออกเฉดสีที่หลากหลายและถี่มาก เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงเร็วของคนรุ่น Gen Z ทำให้แบรนด์ไทยดูมีไดนามิกมากกว่าแบรนด์ตะวันตกบางแบรนด์เสียอีก รวมถึงแบรนด์ PAÑPURI และ Journal ที่นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับแนวคิดความยั่งยืน กล่อมเกลาความเป็นไทยด้วยศาสตร์ของกลิ่น ความคราฟต์ และไลฟ์สไตล์แบบเวลเนส ใครก็ตามที่ได้ลองสัมผัสกับความรื่นรมย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้ย่อมถอนตัวไม่ขึ้น
กุญแจสำคัญที่ทำให้ T-Beauty สามารถขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคได้ในตลาดเอเชียตลอดช่วงที่ผ่านมา ก็เพราะแบรนด์ไทยไม่เพียงแต่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ทั้งยังเข้าใจในความหลากหลาย ซึ่งเป็นคุณค่าที่ผู้คนต่างโหยหา เราจึงหวังจะเห็นแบรนด์ไทยก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งบนเวทีบิวตี้ระดับโลกได้ในอนาคตอันใกล้
และถ้าหากคุณต้องการแนะนำเพื่อนต่างชาติได้สัมผัสถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ไทย #legendThailand คัดสรรแบรนด์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาให้ ดังนี้
The Gen-Z & Viral Favorites
LA GLACE โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดูขบถ กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลจาก Black Magic pH Blush บลัชเนื้อเจลลี่สีดำที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อสัมผัสผิว และ Daily Toner Pads สำหรับเติมความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าก่อนลงเมกอัพ

CATHY DOLL แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยภายใต้การดูแลของ Karmarts ที่โดดเด่นเรื่องเมกอัพสีสันสดใส แพ็กเกจจิ้งโดดเด่น ราคาไม่แพง และสื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่น ล่าสุดเพิ่งปล่อยคอลเล็กชั่น Cathy Doll X Maeng ผลงานคอลแลบกับเมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของเกาหลี ‘I AM MAENG’ ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าที่เคยแต่งให้ LISA Blackpink มาก่อน นำเสนอเมกอัพไอเท็มที่ใช้ได้ทั้งชายและหญิง

Holistic Wellness & Niche Fragrance
PAÑPURI ปัญญ์ปุริคือแบรนด์ไทยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คลีนบิวตี้ สกินแคร์ เครื่องหอม และเวลเนสไลฟ์สไตล์ระดับลักชูรีที่ได้รับแรงบันดาลใจทั้งในเรื่องความงามและการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกของชาวตะวันออก ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้สมดุล มุ่งเน้นคัดสรรเฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดและยั่งยืนในทุกผลิตภัณฑ์ ไอเท็มที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมาก็คือออยล์เพอร์ฟูม

JOURNAL แบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมสัญชาติไทยที่มีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์เป็นออยล์บำรุงผิว เท็กซ์เจอร์บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยบำรุงผิวกายได้อย่างล้ำลึกและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน กลิ่นขายดีคือ First Love และ The Legacy

The Science-Driven & Clean Beauty Labels
HER HYNESS แบรนด์คลีนบิวตี้ที่มีแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่น ด้วยความเชื่อในพลังการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของผิว แบรนด์จึงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างรากฐานของผิวให้แข็งแรง ไม่เพียงแค่มอบการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก แต่ยังช่วยปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นเรื่องครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายและแผ่นมาสก์หน้าที่ช่วยให้ผิวหน้าคลีนใสแบบกลาสสกิน

MIZUMI แบรนด์ดรักสโตร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความอ่อนโยน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้มีผิวบองบางและแพ้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว ซึ่งออกแบบมาให้แมตช์กับสภาพผิวและสภาพอากาศของเมืองไทย

The Heritage Powerhouses
SRICHAND แบรนด์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในกลุ่มแป้งฝุ่นโปร่งแสงและผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติทนต่อความร้อนและความชื้นได้ยาวนาน

MISTINE ยกให้เป็น ‘แบรนด์เครื่องสำอางแห่งชาติ’ ของไทย ปัจจุบันมิสทีนกลายเป็นแบรนด์ยักษ์และโด่งดังไปไกลในระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มคนจีน โดดเด่นด้านเทคโนโลยีกันแดดและผลิตภัณฑ์ลิปสติกที่เป็นกระแสไวรัล รวมถึงแป้งที่มีคุณสมบัติกันเหงื่อ กันน้ำ หน้าเป๊ะ ไม่เยิ้มระหว่างวัน

ในยุคที่กระแส K-Beauty จากเกาหลีครองโลก และ J-Beauty จากญี่ปุ่นรักษามาตรฐานความพรีเมียมได้อย่างเหนียวแน่น หลายคนอาจตั้งคำถามว่า Thai Beauty (T-Beauty) อยู่ตรงจุดไหนในแผนที่ความงามโลก แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่ได้ก้าวไปไกลถึงระดับโกลบอลในสเกลเดียวกับยักษ์ใหญ่เหล่านั้น แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ สังเกตว่า T-Beauty มีคอมมิวนิตี้ที่แข็งแกร่งขึ้น จนกลายเป็นระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แม้การเดินทางสู่ระดับสากลของ T-Beauty จะยังเป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่การที่ไทยสามารถสร้าง Ecosystem ความงามที่พึ่งพาตัวเองได้ และมีผู้บริโภคที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความงามไทย ก็ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลกว่าเดิมในอนาคต



