บนเส้นทางวงการบันเทิงที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวผ่านเวลามาถึง 10 ปีเพื่อพบกับช่วงเวลาทองของตนเอง อย่าง ‘ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา’ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถสังกัดช่อง One31 ผู้สร้างชื่อจากบทบาท ‘สมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ ใน ‘หงสาวดี’ ซีรีส์ชื่อดังฟอร์มยักษ์ สู่การเป็นพระเอกหนุ่มฮอตมากฝีมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
#legend_TH ได้มีโอกาสพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ ‘ตรี ภรภัทร’ เกี่ยวกับมุมมองต่อการเป็นนักแสดงตลอดสิบปีเพื่อเรียนรู้ทั้งบทบาทหน้ากล้องและการเติบโตของตัวเอง จนวันนี้ที่ชื่อของเขากลายเป็นที่จดจำจากฝีมือ ความจริงใจ และพลังอบอุ่นที่ส่งต่อให้คนรอบข้างอยู่เสมอ

#legend_TH: อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้อยากเป็นนักแสดง?
ณ ตอนนั้น ผมก็เป็นแค่เด็กเกเรที่อยากหาเงินเองได้ ไม่ได้มีแรงผลักดันอะไร เพราะเราก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ใหม่ แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าจะได้เงินง่าย ดูน่าสนุก อายุตอนนั้นแค่ประมาณ 19 ก็คิดว่าเด็ก 19 ที่เรียนไปด้วย แล้วทำงานมีเงินไปด้วยเนี่ย มันคง เฟี้ยว ดี (หัวเราะ)
#legend_TH: บทบาท ‘องค์ดำ’ ถือเป็นคาแรกเตอร์ที่ผู้ชมมีภาพจำมาจากเวอร์ชันก่อนๆ การมารับไม้ต่อในครั้งนี้สร้างความกดดันอย่างไรบ้าง?
เรื่องกดดันน่ะ มันกดดันอยู่แล้วในทุกเรื่องที่เราได้รับมอบหมายในการเล่น จริงๆก็เตรียมตัวเหมือนทุกๆเรื่อง แต่ว่าเรื่องนี้มันจะมีสกิลที่เราต้องทำมากกว่าเรื่องอื่นเยอะมากๆ ต้องฟันดาบ ฟิตหุ่น ขี่ม้า ขี่ช้าง แล้วก็มีพวกเครื่องแต่งกายต่างๆที่ค่อนข้างจะหนัก ก็ทำตัวเองให้พร้อมที่สุดเท่าที่ตัวเองจะพร้อมได้ แล้วก็มีของไปให้เขามากที่สุด โดยการที่เราทำการบ้านในการแสดง คือเราต้องไปหาแบ็คกราวน์ให้มันแน่ก่อน คนรู้จักอยู่แล้วว่าพระนเรศท่านเป็นคนยังไง มีประวัติศาสตร์ยังไง ท่านทำอะไรให้กับบ้านเมืองบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่ได้หายากมากเท่าไหร่ ก็เลยดูจากตรงนั้นแล้วก็มาบวกกับบทที่เราได้รับมอบหมายให้เล่น
#legend_TH: ในการเตรียมตัวรับบทนี้ ตรีได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ใหญ่และรุ่นพี่ในวงการบ้างไหม?
จริงๆไม่ค่อยได้ปรึกษาคนอื่นอยู่แล้วเวลาเล่นละคร เพราะเราก็ต้องทำเองสร้างเอง แต่คนที่เราปรึกษาก็คือต้องมาจากคนเริ่มต้น อย่างผู้กำกับมากกว่า ว่าเขาอยากได้แบบไหน แต่ว่าการวางตัวละครและการเล่นเนี่ย ผมก็เป็นคนต้องดีไซน์ เป็นคนคิดเองทำเอง เราต้องมีลิ้นชักหรือว่าข้อเสนอไปให้เขาเลือกว่าเราจะเล่นแบบไหน
#legend_TH: ในบริบทของปี 2569 ตรีได้ตีความหรือใส่แง่มุมใหม่ๆ ลงไปในตัวละครเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยบ้างไหม?
ต้องพูดถึง Goal ตั้งแต่แรกของการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ คือพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์ ซึ่งมันต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆ หรือประวัติศาสตร์ที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว เราเลยมาขยี้ตรงอารมณ์ของตัวละคร เพื่อที่จะพาให้คนดูไปถึงจุดที่อยากให้เป็น

#legend_TH: ตรีปรับตัวยังไงให้เข้ากับคัลเจอร์ “แฟนด้อม” ในด้านการเซอร์วิสแฟนๆ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนในช่วงเริ่มต้น?
จริงๆการเป็นนักแสดง หรือว่าการเป็นคนของประชาชน ผมคิดว่ามันคือการเป็น ‘ผู้ให้’ อยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาผู้ใหญ่ทุกคนก็จะสอนคำว่า Give & Take ให้มันเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจ ถึงแม้ว่าเราจะเคอะเขินเก้ๆกังๆ ไม่ใช่ตัวเรา แต่คุณอย่าลืมว่าคุณเป็นนักแสดง ก็ไม่ใช่ตัวเราอยู่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณมาตรงนี้มาทำให้ทุกคนเนี่ยก็คือการมอบความสุข
ผมรู้สึกว่าเป็นผู้ให้ที่ดี ถ้าเขามีความสุข เราเห็นเขามีความสุขเราก็แฮปปี้ เราก็เป็นผู้ให้ที่มีความสุข ถึงแม้ว่าเราอาจจะเขินอาย ไม่เคยทำ คนเราไม่เคยทำก็ทำได้ เรียนรู้กันไป ผมว่ามันต้องมีความ Flexible หรือว่าความยืดหยุ่นปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้องๆหรือแฟนๆมาขอให้ทำอะไรต่างๆเนี่ย ผมรู้สึกว่ามันก็มี Participation ร่วมกันหรือมีการตอบโต้กันซึ่งกันและกัน สมัยก่อนอาจจะไม่ได้มีคนให้ขอจุ๊บเหมียว เราก็ต้องเป็นคนเสิร์ฟให้ เราก็จะได้รู้แล้วว่า สิ่งที่ทุกคนอยากได้คืออะไร

#legend_TH: การอยู่ในวงการมาจนถึงจุดที่มีชื่อเสียงในวันนี้ ให้บทเรียนหรือข้อคิดกับตรีอย่างไรบ้าง?
ประสบการณ์สิบปีมันก็เหมือนชีวิตคนเรา ผมว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นมากมายในสาขาอาชีพนี้ที่ผมทำอยู่เหมือนโรงเรียน โรงเรียนนึงที่เราอยู่ บ้านหลังนึงที่เราอยู่ แต่ว่าบ้านหลังนี้มันมีทั้งเรื่องที่ดีเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่ถาโถมเรื่องที่ต้องไปเจอข้างนอก บ้านก็ต้องแข็งแรง ก็คือองค์กรต้องแข็งแรง
ถ้าถามว่าประสบการณ์สิบปีได้อะไร หนึ่ง เลยเราได้เรียนรู้ชีวิตของเราอย่างถ่องแท้ ได้เรียนรู้อาชีพของการเป็นนักแสดงอาชีพ ของการเป็นผู้ให้ความสุข ให้เสียงหัวเราะ ผู้ให้อรรถรสในการใช้ชีวิต หรือว่าการชี้นำในการใช้ชีวิต ผมรู้สึกว่าการเป็นผู้ให้มันมีค่าและมีความวิเศษมากกว่าการเป็นผู้รับ
สอง คือสิบปีได้ได้เรียนรู้ผู้คน ได้รู้จักคนมากขึ้น ได้เห็นคนหลากหลายประเภทที่มีทั้งดีทั้งไม่ดี แล้วมันก็จะเป็นประสบการณ์ในการใช้ชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า ว่าอะไรดีเราควรเอามาใช้ อะไรที่ไม่ดีเราก็ควรทิ้งไป หรือแม้ว่ากระทั่งการทำผิด ทำผิดได้ แต่อย่าทำซ้ำ ถ้ารู้ว่าผิดต้องขอโทษ แล้วอย่าทำให้มันออกมาอีก คนเรามันผิดพลาดได้เสมออยู่แล้ว ถ้าคนไม่ผิดแล้ววันไหนจะเป็นครู ถ้าไม่ผิดวันไหนคุณจะเก่ง เพราะฉะนั้นอย่ากลัวความผิด
เพราะฉะนั้นสิบปีต้องถามใจตัวเองก่อนว่า สิ่งที่คุณอยากได้จากตัวคุณเองหรือจากการทำงานคืออะไร เทคนิค เป้าหมาย และ Goal ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมรู้สึกว่าการอยู่ตรงนี้ เราได้ทำอะไรที่เราไม่เคยทำ ได้เป็นในสิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้เป็น แล้วก็ได้รับโอกาสที่ไม่รู้ว่าจะหาโอกาสอย่างนี้จากที่ไหนอีกแล้ว เพราะมันเป็นโอกาสที่วิเศษที่สุดในชีวิตแล้ว ในการที่เราได้รับบทบาทของแต่ละคนแล้วถ่ายทอดมันออกมาผ่านตัวละคร ผ่านตัวเรา และให้คนเชื่อในสิ่งที่เราเป็น
ก็ขอบคุณสิบปีที่ผ่านมา ขอบคุณตัวเอง ขอบคุณพี่ๆที่อยู่ข้างๆ ขอบคุณพี่ผู้ใหญ่ ขอบคุณครอบครัว ขอบคุณเพื่อนๆที่คอยซัพพอร์ตให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มันเป็นแรงผลักดันที่ดีมากๆในสิบปี สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่มาในสิบปีนี้คือ ถ้าคุณเป็นตัวเองแล้วเขารักในสิ่งที่คุณเป็น คุณมีความสุขได้เต็มที่แน่นอน คุณอย่าพยายามไปเป็นคนอื่นที่ต้องฝืนตัวเอง แล้วสิ่งสำคัญที่รองลงมาคือการที่ได้รับกำลังใจไม่ว่าจากใครก็ตาม ทั้งแฟนคลับ คนข้างๆ เพื่อนพี่น้องครอบครัว สาม คือการที่เราโตขึ้น เข้าใจมากขึ้น มองโลกในแง่ดีมากขึ้น รู้จักปล่อยผ่านมากขึ้น อะไรไม่ใช่ก็ไม่ใช่ อะไรใช่ก็ใช่

#legend_TH: ตรีมองคำว่า “นักแสดงที่ดี” ไว้อย่างไร?
ผมรู้สึกว่าคุณต้องเชื่อในสิ่งที่คุณเป็น คุณต้องเคารพในงานของคุณ เคารพในเพื่อนของคุณ เคารพในทีมของคุณ แล้วก็เชื่อมั่นกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ แล้วก็ฝึกฝนมันอยู่เสมอ ทุกอาชีพต้องการฝึกฝน นักกีฬาจะเก่งได้ต้องฝึกฝน ไม่ต่างกัน อาชีพนี้ถ้าอยากเก่งคุณต้องฝึกฝน คุณต้องพยายามเติมน้ำเข้าไป เติมความรู้เข้าไป แต่คำว่าเติมน้ำทีนี้ก็อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว การที่เป็นน้ำเต็มแก้วคุณก็จะไม่สนใจคำพูดที่คนอื่นพูด สำหรับผมคุณต้องรับฟังทุกๆคน ฟังให้ดีก่อน เข้าใจให้ดีก่อนแล้วค่อยไปพูด ตระหนักคิดแล้วค่อยพูด เราต้องตระหนักพิจารณาทุกอย่างให้มันดี แล้วก็ตั้งใจกับผลงาน Sincere กับความรู้สึกของตัวเอง
การที่เป็นนักแสดงที่ดีไม่ใช่แค่ท่องบทและ Define ว่าเราจะเล่นแบบไหน นักแสดงที่ดีสำหรับผมคือคุณต้องอยู่กับคู่ของคุณ ต้องอยู่กับทุกคนที่เราเล่นด้วย อยู่กับ Elements ต่างๆที่คุณทำ มันคือการ Give & Take หรือการตีปิงปอง มันจะสนุกได้ก็ต่อเมื่อเราทำมันด้วยกัน ทีมงานทุกคนทำไปด้วยกัน ไม่มีงานไหนของนักแสดงที่ทำคนเดียวแล้วได้คนเดียว ทุกอาชีพต้องมีทีมเวิร์ค ยกเว้นกีฬาที่เล่นคนเดียว แต่การกีฬาที่เล่นคนเดียวก็ต้องมีโค้ชที่ดี คอยสนับสนุน คอยมีเพื่อนที่ดี เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกอย่างเหนือสิ่งอื่นใด ความสัมพันธ์ที่ดี คือสิ่งที่ดีที่สุดครับ

#legend_TH: อะไรคือสิ่งที่อยากบอกกับแฟนๆ ที่คอยติดตามและสนับสนุน?
อยากจะขอบคุณนะครับ ขอบคุณทุกๆอย่าง ถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีผม ณ ตอนนี้ แล้วถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีผมในภายภาคหน้าต่อไป เพราะพวกเขาก็เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตในวงการบันเทิง เป็นกำลังใจใหญ่ที่ทำให้ผมสร้างผลงานดีๆ แล้วก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมอยากจะสร้างสรรค์ผลงานออกไปเรื่อยๆในอนาคต กำลังใจจากเขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผมในหน้าที่การแสดง ในหน้าที่ที่เราต้องมาอยู่ตรงกลางแสงไฟ พวกเขาเป็นเหมือนแสงที่คอยเติมเต็มให้ผมอยากทำงานต่อไป อยากมอบความสุขให้กับเขา
ถึงแม้ว่าคนที่รอผมจะมีหนึ่งถึงสองสามคน หรือไม่กี่คน แต่อย่างน้อยผมก็ยังมีคนรอ ที่อยากจะเสพผลงานเรา อยากจะเห็นเราสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้พวกเขา ขอบคุณจริงๆ ไม่มีคำอื่นแล้ว ทั้งคนที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ Day 1 จนถึงวันนี้ก็ขอบคุณเขามากๆ ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งชีวิตของการทำงานในวงการบันเทิง หรือคนที่เพิ่งเข้ามาตอนนี้ ที่เพิ่งมาเจอกัน ก็ยินดีที่ได้รู้จักกันมากๆ ยินดีที่ได้เป็นผู้ให้อย่างถ่องแท้ ได้เป็นผู้ให้อย่างเต็มใจ แล้วก็ขอบคุณที่ทุกคนเป็นผู้รับ แล้วก็เป็นผู้ให้กำลังใจดีๆกลับมาหาผมเช่นกันครับ
#legend_TH: เร็วๆนี้กำลังจะมีแฟนมีตเป็นของตัวเองแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?
จะมีแฟนมีตครั้งแรกในรอบสิบปี ที่ไม่เคยมีเลย แล้วก็ไม่เคยไม่เคยคิดด้วยว่าจะมีอะไรอย่างงี้ ก็ขอบคุณ ตัวเอง ขอบคุณทุกคนที่ผลักดันให้ผมจัดแฟนมีตครั้งนี้เกิดขึ้น ขอบคุณแฟนคลับที่คอยบอกเสมอว่าอยากให้มีแฟนมีต ครั้งนี้ก็เหมือนการที่ผมได้ตอบแทนทุกๆคน ได้มอบความสุขให้ทุกคน ถึงแม้ว่าผมจะกลัว แต่ทุกครั้งที่ผมกล้า ผมก็กลัวก่อนเสมอ ผมก็รอวันที่ผมจะไปมอบความสุขให้กับทุกคนอย่างเต็มที่ ในสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ทั้งในแฟนมีตหรือกิจกรรมที่จะเกิดในแฟนมีต แล้วผมหวังว่าทุกคนจะมีความสุข แล้วก็แฮปปี้เอนจอยไปกับโมเมนต์ที่ผมมอบให้จากสุดหัวใจในสิบปีนี้ครับ
#legend_TH: นอกจากนี้ เดี๋ยวจะมีรายการออนไลน์ของตัวเองด้วย ช่วยเล่าถึงคอนเซปต์รายการให้ฟังหน่อย?
ก็คุยกับทีมงานไว้ ว่าจะมีการปล่อยรายการ ACTIVITRE อีกครั้งหนึ่ง จริงๆรายการนี้เคยมีมาแล้ว แต่อาจจะไม่ได้ลุยเท่ากับการที่ผมจะเอามาทำใหม่ ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการลุยแอดเวนเจอร์ โดยที่มีผมเป็นโฮสต์ แล้วก็จะมีแขกรับเชิญ พาไปบุกป่าลุยดิน อาจจะแอดเวนเจอร์ในกรุงเทพด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกๆเทป ทุกคนจะได้เสียงหัวเราะแน่นอน ได้ความมันส์ ความฮา และที่สำคัญที่สุด ผมรู้สึกว่าทุกคนจะได้ข้อคิดจากสิ่งที่ผมทำในยูทูบช่องนี้ สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่คนจะเห็นผมในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยได้เห็น ก็ขอฝากรายการ ACTIVITRE ไว้ด้วยครับ

ตลอดการสนทนาครั้งนี้ เราได้เห็นอีกด้านของ ‘ตรี ภรภัทร’ ในฐานะผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ยังคงหมั่นเรียนรู้ เติบโต และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็น ‘ผู้ให้’ เพื่อมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับทุกคนอย่างสุดหัวใจ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ในวันนี้ แสงสปอตไลท์ได้ส่องมายังเขาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา และทำให้เขายังคงได้รับความรักอย่างต่อเนื่องเสมอมา
Model: @treporapat
Photographer: @3rdfriday
Head of Digital & Stylist: @kaimanit
Hair & Makeup: @txm__txy.k
All Clothes: @amiparis
Location: Piscari at Andaz One Bangkok
@piscaribangkok @andazonebangkok



