May 8, 2026

“…จากจุดเริ่มต้นในปี 1896 เมื่อ Georges Vuitton รังสรรค์ลวดลายโมโนแกรมขึ้นเพื่อปกป้องผลงานของบิดา สู่การกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โลกจดจำ Louis Vuitton ได้นำมอทิฟดอกไม้สี่กลีบนี้เดินทางข้ามกาลเวลา จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 130 ด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง ลวดลายบนหีบเดินทางระดับไอคอน มอทิฟนี้ถูกถ่ายทอดสู่โลกของไฟน์จิวเวลรีผ่านคอลเลกชัน Colour Blossom ในปี 2015 ที่เปลี่ยนอัญมณีให้กลายเป็นบทสนทนาระหว่างแสงและรูปทรง ถ่ายทอดความงามที่ทั้งอ่อนโยนและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ในวาระสำคัญนี้เมซงได้เผยโฉมผลงานใหม่มากกว่า 28 ชิ้น พร้อมการแนะนำอัญมณีเฉดใหม่ที่สะท้อนคาแรกเตอร์เฉพาะตัว…”

กว่า 130 ปีผ่านไป โมโนแกรมยังคงถูกตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้คัลเลอร์บลอสซัมเปิดบทใหม่ด้วย ‘โซดาไลต์’ หินสีน้ำเงินเข้มลุ่มลึกที่พบได้ยากในโลกจิวเวลรีร่วมสมัย พื้นผิวทึบแสงของมันแทรกด้วยลวดลายสีขาวละเอียดคล้ายกาแล็กซีหรือฟองคลื่นทะเล และด้วยมาตรฐานอันเข้มงวดของหลุยส์ วิตตอง หินส่วนใหญ่จึงถูกคัดออก เหลือเพียงเฉดน้ำเงินที่ลุ่มลึกที่สุดสำหรับการรังสรรค์เป็นเครื่องประดับ กระบวนการแปรรูปต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูง ช่างเจียระไนขึ้นรูปหินให้เป็นทรงโค้งมนสามมิติแบบ bombé ซึ่งใช้เวลานานกว่าการขัดแบบแบนถึงห้าเท่า เพื่อให้ดอกโมโนแกรมมีมิติที่นุ่มนวลและสามารถรับแสงได้อย่างงดงาม

คอลเลกชันใหม่นำเสนอทั้งหมด 28 ชิ้น โดย 7 ชิ้นออกแบบขึ้นเพื่อโซดาไลต์โดยเฉพาะ ตั้งแต่สร้อยคอจี้รูปดาวและดวงอาทิตย์ สร้อยซาตัวร์เส้นยาว ไปจนถึงแหวน open ring ที่จับคู่ดาวสีน้ำเงินกับเพชรทรงกลมอย่างเรียบหรูแต่สะดุดตา

ขณะเดียวกันในเวอร์ชันประดับเพชรแบบ pavé ที่ล้อมรอบหินแกะสลักด้วยเพชร ช่วยเพิ่มมิติของแสงได้อย่างน่าหลงใหล โดยใช้งานฝีมือที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูงทั้งในการขัดตัวเรือนทองและการจัดวางอัญมณี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างแสง เงา และพื้นผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกเหนือจากโซดาไลต์ คอลเลกชันนี้ยังถ่ายทอดความงามผ่านอัญมณีชนิดอื่นที่ชวนหลงใหลไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น mother-of-pearl สีขาวและมาลาไคต์สีเขียว ที่จับคู่กับมอทิฟโมโนแกรมประดับเพชรเพื่อสร้างคอนทราสต์ที่ลุ่มลึก 

ในขณะที่ mother-of-pearl อัญมณีสีชมพูซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ก็ถูกต่อยอดด้วยสร้อยคอประดับจี้ดิไซน์มินิมัลที่เหมาะกับการเลเยอร์ในชีวิตประจำวัน ท้ายที่สุดแล้วหัวใจของคัลเลอร์บลอสซัมยังคงอยู่ที่การสไตล์ในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานหินหลากสี หรือการเลเยอร์ชิ้นงานหลายชิ้นเข้าด้วยกัน ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สวมใส่ได้สร้างภาษาของตัวเอง ผ่านงานดิไซน์ที่เปี่ยมเอกลักษณ์และไม่หยุดนิ่งตามกาลเวลา

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search