March 26, 2026

พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษของ 3 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Netflix “เส้นตาย สายลวง” (The Red Line) ภาพยนตร์สะท้อนภัยคุกคามสมัยใหม่ที่เข้มข้น และชวนให้ระทึกขวัญ เมื่อความยุติธรรมเข้าไม่ถึง เหยื่อจึงต้องลุกขึ้นมาคิดบัญชีแค้น เอาคืนสแกมเมอร์ด้วยตัวเอง

ทุกวันนี้ พวกเราคุ้นเคยกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่คาราคาซังมานาน ทั้งยังส่งผลเป็นวงกว้างโดยที่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะไปจบลงตรงไหน สองผู้สร้างไฟแรง สิทธิศิริ มงคลศิริ และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี จึงหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าใหม่ให้น่าสนใจ และเข้มข้นน่าติดตามผ่านมุมมองของกลุ่มผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ และไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ พวกเธอจึงต้องร่วมมือกันเพื่อสืบหาความจริง และเอาคืนคนร้ายด้วยตัวของพวกเธอเอง ออกมาเป็นภาพยนตร์ดรามา ระทึกขวัญ โดยมี มิว นิษฐา, เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา และ นิ้ง ชุติมา รับบทนักแสดงนำของเรื่อง

เบื้องหลังความตื่นเต้น และความระทึกขวัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่ ไปติดตามดูพร้อมๆ กันได้ในบทสัมภาษณ์พิเศษของ มิว นิษฐา, เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา และ นิ้ง ชุติมา พร้อมรับชม Digital Cover Light ประจำเดือนมีนาคม 2469 ได้ทาง Hashtag Lagend Thailand ที่เดียวเท่านั้น

legend_TH: แนะนำคาแรกเตอร์ของแต่ละคน

MN: มิวรับบทเป็น “อร” ค่ะ ตัวแทนของผู้หญิงชนชั้นกลางที่มีครอบครัวแล้ว และอดีตเคยเป็นนักการตลาดที่เก่งมากคนหนึ่ง

ES: เอสรับบทเป็น “ฝ้าย” ค่ะ นักกายภาพบำบัด และมีความฝันว่าอยากเก็บเงินซื้อคอนโด แต่โชคร้ายกลายเป็นเหยื่อ โดนหลอกเงินไปหมดตัวเลยค่ะ

NC: นิ้งรับบทเป็น “แวววาว” ค่ะ เป็นแม่ค้าออนไลน์ที่อาศัยอยู่กับอาม่า 2 คน อยู่ดีๆ แก๊งคอลเซนเตอร์ก็มาหลอกเงินอาม่าไป ทั้งเงินเก็บส่วนตัวของเรา และเงินเก็บของอาม่าที่ทำงานมาทั้งชีวิตจากการขายเต้าหู้ ด้วยความแค้น แวววาวจึงตัดสินใจร่วมมือกับพี่อร และหมอฝ้ายค่ะ

#legend_TH: อะไรที่ทำให้แต่ละคนตัดสินใจรับเล่นบทนี้

NC: มีพี่คนหนึ่งชวนให้ลองมาแคสเรื่องนี้ดูค่ะ นิ้งสนใจคาแรกเตอร์แวววาว เพราะค่อนข้างตรงข้ามกับตัวหนูมาก เขาเป็นคนแรงและเอาเรื่องอยู่ค่ะ มันต่างจากตัวหนูมากๆ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นบทที่ท้าทาย และอยากเล่นค่ะ ยิ่งรู้ว่าเป็นของ Netflix ก็ยิ่งอยากร่วมงานด้วยมากขึ้นไปอีกค่ะ

MN: สำหรับมิวห่างหายจากผลงานการแสดงได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ พอดีพี่โดมกับพี่คงเดชมาคุย ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสแกมเมอร์ ซึ่งมันเกี่ยวโยงกับปัจจุบันมาก โดยส่วนตัวเราให้ความสำคัญ และสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็สามารถโดนหลอกได้ และเราเองก็ติดตามผลงานของพี่โดมกับพี่คงเดชอยู่แล้ว พอเขามาเล่าเรื่องนี้เราเลยรู้สึกว่ามันเป็นคาแรกเตอร์แบบใหม่ที่เราไม่เคยเล่น รู้สึกว่ามันท้าทาย และน่าสนใจมากค่ะ ยิ่งเป็นของ Netflix อีก เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรจะเล่นในช่วงเวลานั้นค่ะ

ES: เอสรู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติมากๆ ด้วยตัวเรื่องมันน่าสนใจมากอย่างที่พี่มิวบอก ยิ่งพอรู้ว่าได้เล่นคาแรกเตอร์ที่มีความท้าทาย และแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่เคยเล่นมา ก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งบทที่ชื่นชอบมากๆ ค่ะ

#legend_TH: หลังจากเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ มุมมองที่มีต่อสแกมเมอร์เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

ES: พอเราได้มาเล่นเป็นเหยื่อที่โดนหลอกจริงๆ เราก็รู้สึกว่าเราดีใจนะที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคนี้ เพราะมันเป็นการเล่นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ทั้งคนอื่น และตัวเอง ระมัดระวังตัวมากขึ้น จริงๆ แล้วเหยื่อไม่ได้โง่ แต่ด้วยการพูด การหลอกล่อ อาจโดนการใช้จิตวิทยาเล่นกับอารมณ์ มันเลยทำให้เราหลงเชื่อโดยไม่รู้ตัวค่ะ แล้วเรื่องนี้ยังเป็นอีกเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานของทั้งสแกมเมอร์ด้วย และฝั่งเหยื่อด้วยค่ะ

MN: คล้ายๆ กันเลยค่ะ เรื่องนี้นอกจากเราจะได้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นเหยื่อแล้ว อีกมุมหนึ่งเราก็จะได้เรียนรู้ถึงวิธีการเล่นกับจิตวิทยาของสแกมเมอร์ด้วยค่ะว่าเขาเล่นกับอะไร ทำไมทุกคนถึงสามารถตกเป็นเหยื่อได้หมดเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นคนมีการศึกษาก็ตาม เราก็จะเห็นวิธีการของเขา พอเล่นเรื่องนี้เราก็มีความเข้าใจทั้งตัวเหยื่อ และสแกมเมอร์เองด้วยค่ะ บางทีคนที่โทรมาหลอกเราเขาก็มีเหตุจำเป็นของเขาเหมือนกัน และคนที่เป็นเหยื่อเองเราก็เข้าใจว่านอกจากเสียเงินแล้วสภาพจิตใจเขาก็เสียไปด้วย เราเลยเห็นใจคนที่ตกเป็นเหยื่อมากๆ ค่ะ เรื่องนี้น่าจะสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนดูได้ และคนที่เคยตกเป็นเหยื่อน่าจะรู้สึกสะใจบ้างค่ะ (หัวเราะ)

NC: จริงๆ พี่มิวกับพี่เอสพูดไปครบถ้วนมากๆ แล้วค่ะ (หัวเราะ) ขอเสริมมุมมองของแวววาวที่เจอเรื่องราวนี้แล้วกันค่ะ เป็นมุมมองของคนใกล้ชิดเหยื่อที่เป็นคนในครอบครัว เราอยากให้เขาลองนึกถึงคนรอบตัว คนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน การที่เขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างไปมันส่งผลหลายอย่างมากๆ ค่ะ ผู้สูงวัย อากงอาม่าอาจจะตามไม่ทัน อยากให้เฝ้าระวังดูคนใกล้ตัวให้ดีๆ ค่ะ

#legend_TH: แต่ละคนรับมือกับคาแรกเตอร์ที่ต่างจากเราอย่างไร

NC: นิ้งเรียนการแสดงเพิ่มเติมค่ะ พยายามหาตัวละครแวววาว จริงๆ นิ้งเริ่มมองหาจุดเหมือนจุดต่างก่อนค่ะ จุดเหมือนของนิ้งกับตัวละครแวววาวน่าจะเป็นความดื้อค่ะ (หัวเราะ) ดื้อสไตล์ลูกคนเล็ก และความหวงของเพราะตัวจริงนิ้งหวงของมาก อะไรหายนิดหนึ่งก็ไม่ยอมแล้ว กับความต่างน่าจะเป็นเรื่องของคาแรกเตอร์ ท่าทาง คำพูดคำจา และการปฏิบัติตัวของแวววาวกับคนรอบตัวเขาที่จะมีความดุดัน เดือด นิ้งเคยให้ผู้จัดการพาไปในย่านที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกับที่อยู่ของแวววาว เพื่อหาข้อมูลว่าเขาเสียงดังแบบไหน พูดอย่างไร ทำท่าอย่างไร แล้วมาปรับให้เป็นแวววาวมากขึ้นค่ะ

MN: ในตัวบทเครียดนะคะ แต่กองไม่เครียดค่ะ สำหรับมิว workshop เราเจออะไรเยอะแล้ว เราเข้าใจคาแรกเตอร์มากแล้ว และมีการพูดคยกับผู้จัด ผู้กำกับมาเยอะ พออยู่หน้างานจริงๆ มันไม่เครียดเรื่องการถ่ายทำ แต่พอเข้าซีนมันก็เครียดตามเนื้อเรื่องค่ะ มิวค่อนข้างจะอินกับสแกมเมอร์ คอลเซนเตอร์อยู่แล้วค่ะ ติดตามข่าวเรื่องนี้เป็นพิเศษ ได้ฟังเวลาเขาสัมภาษณ์เหยื่อ หรือคนของคอลเซนเตอร์เองที่เขาเป็นเหยื่อเหมือนกัน ฟังแล้วเราก็ละเหี่ยใจ คือมันมีหลายอย่าง เช่น ตอนนั้นมิวฟังข่าวของสำนักหนึ่ง เขาบอกว่าเขาไปพื้นที่ตรงนั้นและรู้ว่านี่คือตึกของคอลเซนเตอร์ เราก็เกิดคำถามว่าทำไมรู้อยู่แล้วว่าเป็นตึกนี้แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เราก็จะรู้สึกหงุดหงิด ยิ่งเรามาเล่นเรื่องนี้และเราติดตามข่าวนี้เยอะ เราเลยหงุดหงิดกับสิ่งที่มันทำได้ ณ ตอนนี้ค่ะ

ES: ความยากของตัวละครฝ้าย คือ ฝ้ายเป็นนักกายภาพบำบัดค่ะ ในฉากมันอาจจะต้องมีการทำท่าที่ถูกวิธีกับคนไข้ อันนี้รู้สึกว่ายากเพราะมันห่างไกลตัวมาก มีการ workshop ที่โรงพยาบาลจริงๆ ไปอยู่ทั้งวัน และดูเคสพยาบาลที่ทำท่ากายภาพต่างๆ กับคนไข้ และความยากอีกอันหนึ่งคือตอนที่เรา workshop กัน 3 คน หัวเราโล่งมาก เพราะคาแรกเตอร์ของแต่ละคนมันต้องชัดเจนมาก รู้สึกว่ายากที่เราจะต้องทำแบบฝึกหัด และหาว่าตัวละครไหนควรไปทิศทางไหนค่ะ

#legend_TH: อยากให้คนดูภาพยนตร์เรื่อง “เส้นตาย สายลวง” ได้รับข้อคิดอะไรกลับไป

ES: อยากให้ได้ความบันเทิงค่ะ อยากให้เอาใจช่วยตัวละครสามตัวที่เป็นเหยื่อว่าทั้งสามคนจะทวงชีวิตของเขากลับคืนมาได้ไหม และอยากให้ดูแล้วระมัดระวังตัวเองมากขึ้นในการชีวิต บางทีสแกมเมอร์อาจไม่ได้มาในรูปแบบของคอลเซนเตอร์ แต่อาจเป็นคนใกล้ตัว เป็นเพื่อน เราอาจโดนแทงข้างหลังเมื่อไหร่ก็ได้ โดนหักหลังเมื่อไหร่ก็ได้ อาจโดนหว่านล้อมอะไรก็ได้แล้วทำให้เราเสียบางอย่างไป อยากให้ตื่นรู้มากขึ้นค่ะ

MN: นอกจากความสนุกสนานที่ได้จากการดูแล้ว จะได้ระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ได้เข้าใจระบบการทำงานของสแกมเมอร์ว่าเขาเล่นกับอะไร ทำไมเราถึงโดนหลอกได้ง่ายๆ ทั้งที่เราระวังตัวอยู่แล้ว ทุกอย่างมันมีเรื่องราว มีวิธีการของเขา เรื่องนี้น่าจะเป็นการสร้างการตระหนักรู้ให้กับคนดู และเป็นการแก้แค้นคืนให้กับคนที่โดนพวกสแกมเมอร์หลอกค่ะ เพราะในชีวิตจริงมันอาจทำไม่ได้แบบนี้ เราสามคนก็เป็นเหมือนตัวแทนหมู่บ้านทวงกลับมาให้

NC: ความบันเทิงแน่นอน และความมันส์ค่ะ อีกเรื่องคือการฝากให้คนดูใช้ชีวิตประจำวันแบบมีสติ เพราะสติจะช่วยทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะทำอะไร หรือตอนที่คอลเซนเตอร์โทรมา ถ้าเรามีสติมากพอเราอาจจะถูกหลอกได้ยากขึ้น อยากให้ระมัดระวังในสังคมนี้ และคิดว่าคนดูน่าจะได้เห็นมุมมองทั้งของเหยื่อ และของคอลเซนเตอร์ค่ะ

#legend_TH: ฝากภาพยนตร์เรื่องนี้

MN: ขอฝากภาพยนตร์ “เส้นตาย สายลวง” นะคะ ฉายวันที่ 26 มีนาคม 2569 นี้ ที่ Netflix ค่ะ พวกเราเป็นตัวแทนของคนที่เป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์มาทวงคืนให้กับทุกคนแล้วค่ะ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search