รายงานโดย มานิต มณีพันธกุล
ในช่วงเวลาที่แฟชั่นโชว์จำนวนมากพยายามสร้าง “ภาพจำ” ให้โลกโซเชียลภายในไม่กี่วินาที ฉากยิ่งใหญ่ แสงไฟตระการตา หรือโมเมนต์ที่พร้อมจะกลายเป็นไวรัล โชว์ล่าสุดของ Prada ในมิลานกลับเลือกทำสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างแทบสิ้นเชิง ไม่มีดราม่าที่พยายามจะทำให้ผู้ชมอ้าปากค้าง สิ่งที่ Miuccia Prada และ Raf Simons สนใจในฤดูกาลนี้กลับเป็นคำถามที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก
คำถามที่ผู้หญิงแทบทุกคนเคยถามตัวเองหน้าตู้เสื้อผ้า ฉันจะใส่อะไรกับอะไรดี? มันเป็นไปได้ไหมถ้าจะลองอีกแบบหนึ่ง? หรือฉันควรจะเปลี่ยนมันไปอีกทางเลย? แฟชั่นโชว์ของ Prada ฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่การประกาศ “เทรนด์” แต่คือการจำลอง กระบวนการคิดของการแต่งตัวในชีวิตจริง กระบวนการที่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก การเพิ่มชั้น และการถอดชั้นออก และสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์ในวันนั้น ก็เหมือนการเปิดประตูเข้าไปในตู้เสื้อผ้าของใครบางคน

เมื่อรันเวย์กลายเป็นตู้เสื้อผ้า
โชว์เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย มีเพียง 15 นางแบบ เดินผ่านพื้นที่โชว์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งเหมือนคฤหาสน์เก่าที่ถูกทิ้งร้าง ผนังที่ยังมีลายปูนปั้น หน้าต่างโบราณ เตาผิงหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์จากหลายศตวรรษกระจายอยู่รอบห้อง บรรยากาศเหมือนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเหมือนตู้เสื้อผ้าที่สะสมเรื่องราวของหลายช่วงชีวิต แต่ทันทีที่นางแบบกลุ่มเดิมเดินออกมา เป็นครั้งที่สอง สาม และสี่ ผู้ชมจึงเริ่มเข้าใจว่าโชว์นี้กำลังทำอะไรอยู่ แต่ละคนไม่ได้ใส่ชุดใหม่ พวกเธอกำลัง ถอดชั้นของเสื้อผ้าออกทีละชั้น
โค้ตหายไป สเวตเตอร์ถูกถอด กระโปรงกลายเป็นเดรส เดรสเผยให้เห็นสลิปบางเบาและชุดชั้นในแบบโบราณ เสื้อผ้าชุดเดียวกันจึงเผยตัวตนใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ราวกับแฟชั่นกำลังถูก “เปิดเผย” ทีละชั้น สิ่งที่ดูเหมือนโชว์ 60 ลุค แท้จริงแล้วคือ 15 ตู้เสื้อผ้าที่กำลังถูกสำรวจ และเมื่อผู้ชมเริ่มจับจังหวะได้ ความคิดที่อยู่เบื้องหลังโชว์ก็เริ่มชัดขึ้นอย่างเงียบ ๆ แฟชั่นไม่ใช่คำตอบเดียว มันคือ ความเป็นไปได้หลายชั้น
เสื้อผ้าที่มีชีวิตอยู่ก่อนเรา
หากสังเกตใกล้ ๆ เสื้อผ้าหลายชิ้นในคอลเล็กชันนี้ดูเหมือนผ่านการใช้งานมานาน ปลายแขนเสื้อมีคราบสกปรกเล็กน้อย ชายกระโปรงมีด้ายหลุด แจ็กเก็ต Harrington ที่เคลือบแว็กซ์เหมือนกำลังลอกออก เผยลายฮาวด์สทูธด้านใน รองเท้า Oxford มีรอยขีดข่วนเหมือนผ่านการเดินมาหลายปี มันไม่ใช่ความ “โทรม” แต่มันคือ เสื้อผ้าที่มีชีวิต ในยุคที่ตลาด second-hand และ vintage เติบโตอย่างมหาศาล ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจว่าเสื้อผ้าที่สมบูรณ์แบบเกินไปอาจไม่น่าสนใจเท่าชิ้นที่มีประวัติ รอยขีดข่วนอาจทำให้ของชิ้นหนึ่งมีเสน่ห์มากขึ้น
ร่องรอยของเวลาอาจทำให้มันจริงมากขึ้น Prada และ Simons จึงไม่ได้สร้างเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด พวกเขากำลังสร้าง เสื้อผ้าที่เหมือนถูกค้นพบจากตู้เสื้อผ้าเก่า เหมือนบางคนเพิ่งเปิดตู้ที่ไม่ได้เปิดมานาน แล้วหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมาลองอีกครั้ง

ความทรงจำของ Prada
อีกชั้นหนึ่งของโชว์อยู่ในสิ่งที่แฟนตัวจริงของ Prada จะสังเกตเห็น ลายดอกไม้จากฤดูกาลหนึ่งในอดีต สีชมพู duchesse satin จากอีกฤดูกาล ถุงเท้าปักดอกไม้ที่ดูหลวม ๆ ท่าทางที่นางแบบกอดโค้ตไว้กับอก รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่คนในวงการเรียกว่า “Miuccia-isms” สัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่บอกว่า นี่คือ Prada ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดีไซเนอร์หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ต้องผลิตคอลเล็กชันมากกว่าที่เคย และโซเชียลมีเดียทำให้ทุกอย่างต้องเร็วขึ้น การกลับไปค้นหาอดีตของตัวเองอาจเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด Prada ไม่ได้กำลังเล่าเรื่องใหม่ทั้งหมด แต่กำลัง ขุดค้นประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมาใช้ใหม่ เพื่อถามคำถามง่าย ๆ อีกครั้งว่า ถ้าเป็น Mrs. Prada เธอจะใส่มันอย่างไร?
ตัวตนที่ประกอบขึ้นจากหลายชั้น
ในระดับที่ลึกกว่า โชว์นี้ยังพูดถึงคำถามสำคัญของยุคปัจจุบัน ตัวตนคืออะไร? ในโลกที่ผู้คนต้องสร้างภาพตัวเองบนโซเชียลมีเดีย ต้องแสดงบทบาทต่าง ๆ ในชีวิต ต้องเป็นทั้งมืออาชีพ เพื่อน คนรัก และบุคคลสาธารณะ ตัวตนของเราจึงไม่เคยเป็นเพียงชั้นเดียว มันคือการซ้อนทับของบทบาท ความทรงจำ และบริบท การที่เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชั้นบนรันเวย์ จึงเหมือนการเผยให้เห็นว่า ตัวตนไม่ได้เกิดขึ้นทันที มันถูกสร้างขึ้นทีละชั้นเหมือนการแต่งตัว

ความยุ่งเหยิงที่จงใจ
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะหลงรักโชว์นี้ สำหรับบางคน สไตลิ่งที่ซับซ้อนและการซ้อนชั้นจำนวนมากอาจดู ยุ่งเหยิงเกินไป เสื้อผ้าบางชุดดูเหมือนถูกสวมทับกันแบบตั้งใจให้ผิดพลาด บางลุคดูเหมือนกำลังจะหลุดออกจากกัน แต่นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด โลกในปัจจุบันไม่ได้เป็นระเบียบเรียบร้อย มันเต็มไปด้วยความสับสน ความเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอน หากแฟชั่นต้องสะท้อนโลกที่เราอยู่ บางครั้งมันอาจต้อง ยุ่งเหยิงบ้าง
ความสุขเล็ก ๆ ของการแต่งตัว
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้โชว์นี้น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ทฤษฎีหรือแนวคิด แต่มันคือคำชวนเล็ก ๆ ที่ Prada และ Simons ฝากไว้ให้ผู้ชม ทำไมไม่ลองเอาเสื้อ poplin ธรรมดาไปใส่กับสลิปที่ปักเลื่อม? ทำไมไม่ใส่แจ็กเก็ตที่ด้านนอกเรียบ แต่ด้านในปักคริสตัล? หรือทำไมไม่ลองจับเสื้อผ้าสองชิ้นที่ดูไม่เข้ากันมาใส่ด้วยกันดู? คำตอบอาจไม่มีเหตุผลที่ซับซ้อน ก็เพราะว่ามันทำได้
เมื่อแฟชั่นกลับไปเป็นจินตนาการอีกครั้ง
ในยุคที่แฟชั่นถูกวัดด้วยตัวเลข KPI ยอดวิว ยอดไลก์ และความเร็วของอัลกอริทึม โชว์ของ Prada ฤดูกาลนี้เตือนเราถึงสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้น เสื้อผ้าไม่ใช่แค่สินค้า และแฟชั่นไม่ใช่แค่เทรนด์ มันคือ พื้นที่ของจินตนาการ พื้นที่ที่เราเอาเสื้อผ้าหลายชิ้นมารวมกัน ทดลองมัน ถอดมันออก แล้วลองอีกครั้ง เหมือนการเปิดตู้เสื้อผ้าในเช้าวันหนึ่ง และตัดสินใจว่า วันนี้เราอยากจะเป็นใคร



