“…ในขณะที่ผมก้าวเข้าสู่โลเคชันการถ่ายทำปก #legend_th ฉบับเดือนเมษายนนี้ สิ่งแรกที่สะดุดหูไม่ใช่เสียงสั่งงานของทีมพรอดักต์ชัน แต่เป็นเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทั่วทั้งกองถ่าย สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปยัง จุง–อาเชน ไอย์ดึน ที่กำลังสนุกกับการครีเอตท่าโพสกวนๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนพื้นที่หน้ากล้องให้กลายเป็นสนามของพลังและจังหวะในแบบของเขา
และเมื่อเสียงชัตเตอร์เงียบลง เราจึงได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับนักแสดงหนุ่มจาก GMMTV ผู้มีคาแรกเตอร์โดดเด่นและแววตาเปี่ยมชีวิตชีวาคนนี้ ถึงมุมมองต่อการทำงาน การพัฒนาตัวเอง และคำถามหนึ่งคำถามที่เขาอยากให้ใครสักคนเอ่ยถามเขาจริงๆ…”

จุงเริ่มต้นปีนี้ด้วยผลงานที่หลากหลายขึ้น ทั้งซีรีส์แอกชันเนื้อเรื่องเข้มข้นที่เพิ่งจบไปอย่าง ‘Dare You To Death’ และโพรเจกต์ใหม่ ‘วันทองไร้ใจ’ ซึ่งถือเป็นซีรีส์พีเรียดเรื่องแรกในชีวิตของเขา
“ปีนี้มีซีรีส์ที่เพิ่งจบไปครับ ‘Dare You To Death’ ของ GMMTV ดูย้อนหลังได้ทาง Netflix แล้วครับ แล้วก็มีผลงานนอกค่ายที่กำลังถ่ายทำอยู่ คือ ‘วันทองไร้ใจ’ ครับ รับบทเป็น ‘เปลวคำ’ เป็นซีรีส์พีเรียดเรื่องแรกในชีวิตด้วยครับ ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าสักวันหนึ่งอยากเล่นบทที่มันท้าทายตัวเอง เพราะซีรีส์ก่อนหน้านี้คาแรกเตอร์มันอาจจะไม่ได้ซับซ้อนมาก ปีนี้ก็เหมือนสมพรปาก ได้เล่นบทพีเรียดย้อนยุค ซึ่งมันยากมากสำหรับผม โดยเฉพาะเรื่องภาษา เวลาพูดก็จะเป็นแบบ ‘ข้าไม่อยากคิดว่า ข้าจะ…’ หรือ ‘พวกเจ้าสบายดีหรือไม่’ ผมต้องพยายามพูดภาษาโบราณตลอดเวลา จนในกองทุกคนก็พูดแบบเดียวกันกับผม มันช่วยให้เราไม่หลุดจากคาแรกเตอร์ และเข้าถึงบทได้ง่ายขึ้นครับ”

นักแสดงมากเสน่ห์คนนี้ที่เราเห็นว่าเขามีความสามารถรอบด้าน เพิ่งจะมีอายุครบ 25 ปี ช่วงอายุที่ใครหลายคนมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต แต่เขากลับมองมันในแบบที่เรียบง่ายกว่านั้น
“ความรู้สึกของผมยังเหมือนอายุ 20 อยู่เลยครับ เหมือนเพิ่งเหยียบเลขสองไปเมื่อวานเอง แต่มันเป็นอายุ 25 ที่ผมภูมิใจมาก เพราะได้ทำหลายอย่างมากทั้งคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง เล่นซีรีส์ ไปแฟชั่นวีค ขึ้นปกนิตยสาร แต่ผมยังจัดสรรเวลามาดูแลตัวเองได้ แล้วก็ได้ดูแลครอบครัวให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับผมมันเป็นอายุ 25 ที่มีคุณภาพครับ”

ความสำเร็จในแบบของเขา ไม่ได้หยุดอยู่ที่งาน แต่รวมถึงชีวิตที่ค่อยๆ ลงตัวขึ้น เขาพูดถึงครอบครัวด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง แต่ชัดเจนว่ามันคือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของทุกสิ่งที่ทำ ในอีกด้านหนึ่งความสัมพันธ์กับแฟนคลับก็เติบโตไปพร้อมกัน
“แฟนคลับผมมีทั่วโลกเลยครับ วันเกิดที่ผ่านมามีโปรเจกต์ขึ้นบิลบอร์ดที่ไทม์สแควร์ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกัน แต่เขาก็ทำสิ่งนี้ให้เรา ผมรู้สึกว่ามันน่าทึ่งมาก งานวันเกิดที่ผ่านมาผมจัดในห้างสรรพสินค้าที่ค่อนข้างไกล ผมก็กังวลเรื่องการเดินทาง ความปลอดภัยของแฟนคลับเพราะหลายคนต้องเดินทางไกล แต่ว่าทุกคนก็ยังมา ผมรู้สึกดีใจมากจริงๆ ครับ”

จุงได้รับบทบาทที่หลากหลายตลอดระยะเวลาที่เขาเริ่มอาชีพนักแสดง มีสองตัวละครที่อยู่ในใจของเขา ตัวหนึ่งคือบทบาทที่เขาสนุกกับการดิไซน์การแสดง ส่วนอีกหนึ่งตัวละครคือบทบาทที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นจุง-อาเชนในทุกวันนี้
“ตัวละครที่ผมชอบที่สุดนะครับผมรู้สึกว่าผมชอบฟาเดล ในเรื่อง ‘The Heart Killers เขาจ้างให้ผมจีบนักฆ่า’ ครับ ฟาเดลเป็นนักฆ่า ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ตัวละครไม่ได้มีชั้นเดียว มันมีหลายเลเยอร์มากเล่นได้หลากหลายแบบ สามารถอธิบายสิ่งที่เขาเจอ ผ่านสายตาที่เขามองมาได้เลย อันนี้ผมไม่ได้คอมเมนต์การแสดงของตัวเองนะ แต่ว่าเป็นสิ่งที่มีคนพูดในโซเชียลมีเดีย ถ้าไม่เกี่ยวกับบท ผมชอบชอบ ‘คาบคลื่น’ ครับ เพราะว่าตัวละครนี้ มีบุญคุณอันใหญ่หลวงที่ทำให้แฟนๆ ได้มารู้จักกัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักผมครับ”

แม้จะเป็น public figure จุงกลับมองว่าตัวเขาเองนั้นไม่ต่างจากทุกคนที่ยังคงใช้ชีวิต เพียงเขาต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้คนมากขึ้น ในฐานะที่เขาเป็นบุคคลซึ่งมีหลายคนเฝ้ามอง
“ผมพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนคนธรรมดาให้มากที่สุดครับ เราก็เป็นแค่อาชีพหนึ่ง เป็นนักแสดง เป็นศิลปิน แต่สิ่งที่ต่างคือคนคาดหวังให้เราเป็นเหมือน ‘ผ้าขาว’ เป็นตัวอย่างของสังคม ซึ่งผมก็อยากเป็นนะครับ ต้องยอมรับเลยว่าเราอยู่ในจุดที่มีคนเห็นเราเยอะ เรามีแสงส่องมาที่เราค่อนข้างเยอะ ก็ต้องระวังกับการการกระทำ การพูด การวางตัว เพราะสุดท้ายแล้วเราอยู่ในสังคม มันไม่ได้มีแค่คนวัยเดียวกัน มีทั้งเด็กที่กำลังเรียนรู้ กำลังเติบโตเรียนรู้จากสิ่งที่เขาเสพครับ…ผมพยายามเรียนรู้กับทุกเรื่องเลย ผิดบ้างถูกบ้าง ล้มก็รู้จักลุก เรียนรู้กับสิ่งที่เราทำแล้วก็ไปต่อ ผมรู้สึกว่าโลกนี้มันหมุนด้วยการทดลอง ได้ทำ ได้ลองก่อน ดีไม่ดีค่อยว่ากัน เพราะว่าถ้าเราไม่ทำเลยความเป็นไปได้มันคือศูนย์ แต่ถ้าเราได้ลอง อย่างน้อยมันก็ 50/50 ไม่ก็มีโอกาสมากกว่านั้น”
ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในนิตยสาร #legend_th เดือนเมษายน



