January 13, 2026

ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของแม่น้ำเจ้าพระยา และคฤหาสน์ประวัติศาสตร์อายุกว่าศตวรรษที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1830 Boucheron ได้เนรมิตค่ำคืนอันพิเศษผ่านงานดินเนอร์ไฮจิเวลรี่ภายใต้ชื่อ “Baan Boucheron” ณ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ค่ำคืนนี้ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์อันใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว เปิดประตูสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ของเมซง ที่ซึ่งงานหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบฝรั่งเศสหลอมรวมเข้ากับความละเมียดละไมในแบบไทยได้อย่างงดงามและร่วมสมัย

การเดินทางเริ่มต้นขึ้น ณ Le Jardin d’Hiver อันเป็นพื้นที่รับรองกลางแจ้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนฤดูหนาวแบบฝรั่งเศส ก่อนจะถูกเติมแต่งด้วยรายละเอียดที่สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างประณีต และเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ ประตูได้เปิดออกเผยให้เห็นซึ่งภายในอาคารที่ถูกแปลงโฉมใหม่ด้วยเถาไอวี่ กล้วยไม้ และเฉดสีเขียวเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง แสงไฟอ่อนละมุน พื้นผิวธรรมชาติ และรายละเอียดอันพิถีพิถันหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเสมือนพื้นที่ปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยรสนิยม ถ่ายทอดตัวตนร่วมสมัยของ Boucheron ควบคู่ไปกับความอ่อนโยนแบบไทยได้อย่างสมดุล

เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านบนของ Baan Boucheron เส้นทางได้เผยอีกมิติหนึ่งของค่ำคืนในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น พร้อมการต้อนรับจากสามผลงานระดับไอคอนิกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของงานสร้างสรรค์โดยเมซง ผลงานชิ้นแรกจากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Contemplation ได้ถ่ายทอดช่วงเวลาละเอียดอ่อนราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง ผ่านมุมมองอันลึกซึ้งของ Claire Choisne ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ต่อด้วย Vendôme Liseré ที่ทำหน้าที่ในการนำเสนอแรงบันดาลใจจากจัตุรัสว็องโดมและรากฐานแบบปารีเซียง มานำเสนอผ่านเส้นสายอาร์ตเดโคและเพชรเหลี่ยมเอเมอรัลด์อันโดดเด่น ก่อนปิดท้ายด้วย Wladimir จากคอลเลกชัน Animaux de Collection อันเป็นแมวสัญลักษณ์ของเมซงที่ถูกตีความใหม่ผ่านทองแกะสลักและอัญมณีสว่างใส สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างมรดกในอดีตและจินตนาการร่วมสมัย

ภายในบริเวณรับรองของบ้านบูเชอรง แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสโชว์สุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ชื่นชมผลงานไอคอนิกของเมซงอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นด้วยคอลเลกชัน Quatre ไอคอนร่วมสมัยนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2004 ซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายกราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ ต่อด้วย Like a Queen จากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Histoire de Style 2023 และผลงานจาก Nature Triomphante ชูโรงด้วยแหวนอะควาเมรีนซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเข็มกลัดคู่ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงได้รับในปี 1937 จับคู่กับสร้อยคอและต่างหู Question Mark จาก Plume de Paon ถ่ายทอดบทสนทนาอันยาวนานระหว่าง Boucheron และธรรมชาติ

เรื่องราวดำเนินต่อด้วยกำไล Plume de Paon แบบปรับรูปแบบการสวมใส่ได้ ก่อนเข้าสู่ผลงานจาก Animaux de Collection ไม่ว่าจะเป็นกำไลและแหวนจาก Cheval de l’Opéra และต่างหูจาก Serpent Bohème ซึ่งสะท้อนความสมจริงเชิงประติมากรรมและความประณีตในงานช่างอันเป็นหัวใจของเมซง

ช่วงไฮไลต์ของค่ำคืนได้ถูกยกระดับไปสู่มิติที่เข้มข้นยิ่งกว่า ด้วย Power of Couture จากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Carte Blanche 2024 ที่ Boucheron ผลักดันขีดจำกัดของงานหัตถศิลป์ไปสู่ระดับโอตกูตูร์อย่างแท้จริงที่ซึ่งทั้ง เทียร่า แหวน กระดุม และต่างหู ล้วนถูกถ่ายทอดในรูปแบบประติมากรรมจากร็อกคริสตัลและเพชร ในขณะที่ Les Épaulettes สร้างความประทับใจด้วยโครงสร้างซับซ้อนซึ่งทอดตัวดุจผืนผ้า และสามารถดัดแปลงเป็นกำไลข้อมือได้อย่างเหนือชั้น

ค่ำคืนสุดพิเศษนี้ได้ถูกปิดฉากอย่างงดงามด้วยสร้อยคอ Mauve จากคอลเลกชัน Signature รังสรรค์จากไวท์โกลด์ แพลทินัม และมรกตทรงหยดน้ำ พร้อมแหวน Solitaire 26 Vendôme จากคอลเลกชัน Architecture ซึ่งสื่อถึงเสน่ห์ของรูปทรงเรขาคณิตและจิตวิญญาณอาร์ตเดโคแห่งจัตุรัสว็องโดมได้อย่างชัดเจน

ในค่ำคืน ณ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส “Baan Boucheron” ได้เผยตัวตนและความเชี่ยวชาญของเมซงอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Boucheron ในการยกระดับศิลปะเครื่องประดับให้เป็นมากกว่างานหัตถศิลป์ หากแต่เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์ ความคิดริเริ่ม และอิสระทางการออกแบบ ซึ่งยังคงนิยามตัวตนของเมซงมาตลอดกว่า 160 ปีได้อย่างแยบคาย

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search