รายงานโดย มานิต มณีพันธกุล
ในโลกแฟชั่นร่วมสมัยที่โชว์รันเวย์จำนวนมากถูกออกแบบให้กลายเป็นภาพไวรัลภายในไม่กี่วินาที การเปิดตัวคอลเล็กชันแรกของ Demna สำหรับ Gucci กลับเกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังที่ใหญ่กว่านั้นมาก นี่ไม่ใช่เพียงฤดูกาลใหม่ และไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์คนใหม่ แต่มันคือการเริ่มต้นบทใหม่ของแบรนด์ลักชัวรีที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี หลังจากช่วงเวลาที่ธุรกิจของ Gucci สั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่การอำลาของ Alessandro Michele ในปี 2022 คำถามที่ลอยอยู่เหนือรันเวย์ในมิลานจึงไม่ใช่แค่ “Demna จะออกแบบอะไร” แต่คือ “Demna จะทำให้ Gucci กลับมาเป็น Gucci ได้หรือไม่”

พิพิธภัณฑ์ชั่วคราวของวัฒนธรรมอิตาลี
สถานที่จัดโชว์ที่ Palazzo Delle Scintille ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่คล้ายพิพิธภัณฑ์ขนาดมหึมา แถวที่นั่งแบบขั้นบันไดรายล้อมด้วยประติมากรรมโรมันและกรีกจำลอง ราวกับโรงละครโบราณ แรงบันดาลใจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปฟลอเรนซ์ของ Demna เมืองต้นกำเนิดของ Gucci เมื่อเขาเดินเข้าไปใน Uffizi Gallery และเห็นภาพ Primavera ของ Sandro Botticelli ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เมื่อเดินออกมาที่ Piazza della Signoria เขาพบว่า Gucci อยู่ตรงนั้นพอดี อยู่ในเมืองเดียวกับ Botticelli อยู่ในภูมิทัศน์เดียวกับ Michelangelo และ Donatello สำหรับ Demna นั่นคือการตระหนักว่า Gucci ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์แฟชั่น มันคือ ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอิตาลี “เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ Gucci คือวัฒนธรรม วิธีคิด และวิถีการเป็นอยู่” เขากล่าวก่อนโชว์ ดังนั้นเวทีที่เห็นในมิลานจึงไม่ใช่เพียงฉาก แต่มันคือ พิพิธภัณฑ์ชั่วคราวของ Gucci
จากความคิดเชิงปัญญา สู่แฟชั่นที่ “รู้สึกได้”
ตลอดทศวรรษของเขาที่ Balenciaga Demna สร้างชื่อจากการตั้งคำถามต่อสังคม แฟชั่นของเขาเคยพูดถึงสงคราม พูดถึงการเมือง พูดถึงวิกฤตภูมิอากาศ แต่เมื่อมาถึง Gucci เขากลับเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป “ผมปิดความต้องการที่จะทำให้ตัวเองดูฉลาดลง” เขาบอกในพรีวิวก่อนโชว์ แทนที่จะสร้างแฟชั่นที่ต้อง “ตีความ” เขาต้องการสร้างแฟชั่นที่ รู้สึกได้ทันที เพราะสำหรับเขา Gucci ไม่ใช่แบรนด์ที่ต้องอ่านหนังสือก่อนจะเข้าใจ มันคือแบรนด์ที่ควรจะทำให้คน อยากออกไปข้างนอก อยากสนุก อยากใช้ชีวิต

เมื่อร่างกายกลายเป็นจุดศูนย์กลางของคอลเล็กชัน
ลุคแรกของโชว์คือเดรสสีขาวที่ดูเหมือนถุงน่อง บาง แนบลำตัว และแทบไร้ตะเข็บ มันทำหน้าที่เหมือนกระดาษเปล่า จากนั้นคอลเล็กชันก็เริ่มขยายตัวออกไปในโลกของ body consciousness เสื้อ muscle tee กางเกงยีนส์แนบตัว เดรสยืดที่โอบร่างกายเหมือนผิวชั้นที่สอง ร่างกายกลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ชายหนุ่มกล้ามเนื้อชัดในเสื้อยืดสีขาว หญิงสาวในมินิเดรสที่แนบสนิทจนแทบเหมือนการห่อหุ้ม มันคือแฟชั่นที่พูดถึง แรงดึงดูดทางกายภาพโดยตรง Demna ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างยิ่ง หลังจากหลายปีที่เขาไม่พอใจรูปร่างของตัวเองวันนี้เขากลับพูดว่า “ผมอยากรู้สึกเซ็กซี่ อยากรู้สึกน่าดึงดูด อยากชอบตัวเอง” และคอลเล็กชันนี้คือผลลัพธ์ของความรู้สึกนั้น
เงาของ Tom Ford และยุคทองของ Gucci
ในประวัติศาสตร์ Gucci มีช่วงเวลาหนึ่งที่ยังคงเป็นมาตรฐานของความเย้ายวนในแฟชั่น นั่นคือยุคของ Tom Ford ในปลายทศวรรษ 1990 Demna ยอมรับว่ามันคือแรงบันดาลใจสำคัญ “สำหรับคนรุ่นผม Gucci ของ Tom Ford คือช่วงเวลาที่แฟชั่นมี sex appeal อย่างแท้จริง” ในโชว์นี้เงาของยุคนั้นปรากฏอยู่ทุกที่ ส้นสูงสูงลิ่ว เดรสเปิดหลัง
ซิลูเอตที่เน้นสะโพกและเอว และเมื่อ Kate Moss เดินปิดโชว์ในเดรสสีดำเปิดหลัง พร้อม G-string ประดับเพชรโลโก้ GG ภาพนั้นก็เหมือนการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ยุคของความเย้ายวนกำลังกลับมา
Gucci สำหรับ Gen Z
แต่ Demna ก็ไม่ได้มองย้อนอดีตอย่างเดียว เขาเชิญนักดนตรีและคนรุ่นใหม่จากโลกดิจิทัลเข้ามาอยู่ในจักรวาล Gucci ทั้ง แรปเปอร์ใต้ดิน ยูทูบเบอร์ นักกีฬา อินฟลูเอนเซอร์ พวกเขาเดินอยู่บนรันเวย์เดียวกับซูเปอร์โมเดล มันสะท้อนวิธีคิดของ Demna ที่ว่า Gucci ไม่ควรเป็นแบรนด์ของชนชั้นเดียว แต่มันคือ สเปกตรัมของตัวตน ตั้งแต่สตรีชั้นสูงในมิลาน ไปจนถึงเด็กสตรีทที่ฟังเพลงแรป

ระหว่างแฟชั่นและสินค้า
แน่นอนว่า Gucci ไม่ใช่แบรนด์เล็ก มันคือเครื่องจักรธุรกิจขนาดมหึมา ดังนั้นแม้คอลเล็กชันจะเต็มไปด้วยภาพลักษณ์และอารมณ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น สินค้า กระเป๋า Bamboo 1947 ถูกปรับรูปทรงให้เบาและร่วมสมัย Jackie bag กลายเป็นหนังนิ่มที่พับได้ รองเท้าโลฟเฟอร์และสลิปเปอร์กลับมาในเวอร์ชันใหม่ เกือบทุกลุคบนรันเวย์ถือกระเป๋า เป็นการเตือนว่า ในโลกของ Gucci แฟชั่นและธุรกิจเดินคู่กันเสมอ
แฟชั่นในยุคที่โลกมืดมน
Demna บอกว่าโลกทุกวันนี้มืดมนกว่าที่เขาเคยเห็น สงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางสังคม ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามว่าแฟชั่นควรทำหน้าที่อะไร ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้แฟชั่นเพื่อพูดถึงการเมือง แต่ตอนนี้เขาอยากให้แฟชั่นเป็น พื้นที่ของความฝัน สถานที่ที่เราสามารถรู้สึก อยากปรารถนา อยากมีชีวิตชีวาอีกครั้ง “ผมอยากรู้สึก FOMO” เขาบอก อยากไม่พลาดอะไรบางอย่าง
ความหมายของคำว่า “Gucci”
Demna เล่าว่าหลานสาววัย 16 ปีของเขาที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลก Roblox บอกว่า Gucci ไม่ใช่แค่แบรนด์ มันคือคำ ถ้าใครสักคนบอกว่า “I feel Gucci.” มันหมายถึง อยากออกไปข้างนอก อยากทำอะไรบ้า ๆ อยากพบผู้คน อยากใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และนั่นคือสิ่งที่ Demna พยายามทำในคอลเล็กชันนี้
บทเริ่มต้นที่ยังเปิดกว้าง
โชว์นี้ไม่ได้ทำให้ทุกคนเห็นด้วย บางคนมองว่ามันคือความกล้าหาญ บางคนคิดว่ามันยังไม่ไปไกลพอ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ Demna ทำให้ทุกคนหันมามอง Gucci อีกครั้ง และในโลกแฟชั่น การดึงความสนใจกลับมา คือก้าวแรกของการฟื้นคืนชีพ ฤดูใบไม้ผลิในมิลานปีนี้จึงไม่ได้มาถึงเพียงบนต้นไม้ แต่มันมาถึงบนรันเวย์ของ Gucci ด้วยและ Demna เรียกมันว่า Primavera.



