March 5, 2026

รายงานโดย มานิต มณีพันธกุล

ในโลกแฟชั่นที่บางครั้งดูเหมือนจะวนกลับมาหาแรงบันดาลใจเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำถามหนึ่งจึงมักถูกตั้งขึ้นอยู่เสมอว่า “ยังมีอะไรใหม่ให้พูดถึงได้อีกหรือไม่” โดยเฉพาะกับธีมที่ถูกใช้มาแล้วนับไม่ถ้วนอย่าง nautical chic เสื้อกะลาสี กางเกงทหารเรือ สี navy และขนบการแต่งกายแบบ maritime ที่ถูกตีความซ้ำในประวัติศาสตร์แฟชั่นแทบทุกยุค แต่สำหรับ Maximilian Davis ดีไซเนอร์วัยหนุ่มผู้กำลังค่อย ๆ เขียนบทใหม่ให้กับ Ferragamo คำตอบดูเหมือนจะชัดเจนว่า ยังมีอีกมาก

ในบ่ายวันหนึ่งของมิลาน โชว์ Fall/Winter 2026 ของ Ferragamo เปิดขึ้นท่ามกลางพื้นที่กึ่งวงกลมที่ถูกโอบล้อมด้วยม่านกำมะหยี่สี midnight blue หนาหนัก บรรยากาศภายในมืดสลัว ราวกับห้องใต้ดินของบาร์ลับในยุค Prohibition นี่ไม่ใช่เพียงการจัดฉาก แต่คือการกลับไปยัง โลกของ speakeasy ที่ Davis เคยสร้างไว้ในฤดูกาลก่อน พื้นที่ที่ตัวละครจากหลากหลายโลกสามารถเดินเข้ามาพบกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ภายในจินตนาการของเขา บาร์ลับแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงนักดื่มในชุดสูท แต่ยังมีศิลปิน นักเดินเรือ คนงานท่าเรือ และหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกจากยุคสมัยเก่าเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่

แรงบันดาลใจหนึ่งของคอลเล็กชันนี้มาจากโลกของ Charles Demuth ศิลปิน American Precisionist ผู้เคยบันทึกชีวิตของ Provincetown ผ่านสีน้ำและองค์ประกอบแบบเรขาคณิต ภาพของกะลาสี คนงานท่าเรือ และหญิงสาวใน speakeasy กลายเป็น palette สีม่วงหม่น น้ำเงินเข้ม และ ivory ที่ไหลผ่านคอลเล็กชันทั้งโชว์

Davis เริ่มเรื่องด้วยเสื้อ peacoat ขนาดใหญ่ใน navy cashmere ที่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อคลาสสิกของทหารเรือในระยะแรก แต่เมื่อแบบเดินเข้ามาใกล้ ความเรียบง่ายนั้นกลับถูกทำลายด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน แผงผ้าที่บุด้วย silk สี ivory ถูกติดกระดุมเข้ากับโครงเสื้อ ทำให้เสื้อโค้ตดูเหมือนถูกแยกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะประกอบกลับเข้าด้วยกันใหม่ ราวกับงาน Cubism ที่ถูกแปลเป็นเสื้อผ้า

มันคือการ “ถอดรหัส” เครื่องแบบทหารเรือแบบดั้งเดิม และสร้างมันขึ้นใหม่ด้วยภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย

เสื้อถักแบบ Guernsey ที่มีกลิ่นอายของเสื้อกะลาสีถูกปรับให้คอเสื้อสูงขึ้น ก่อนจะปลดกระดุมให้มันตกลงอย่างตั้งใจรอบลำคอ สร้างความรู้สึกเหมือนความเป็นระเบียบกำลังค่อย ๆ คลายตัว

ต่อจากนั้นคือ middy blouse satin สี ivory ซึ่งดูเหมือนเสื้อกะลาสีในความทรงจำ แต่ถูกดึงเข้าสู่โลกของแฟชั่นด้วยวิธีที่เฉียบคมกว่า เดรสและชุด shirt-and-skirt ที่ตามมาถูกแต่งด้วยเชือกร้อยแบบ maritime placket ซึ่งลากเส้นกราฟิกยาวจากไหล่ลงมาถึงเข่า

เสื้อผ้ากลายเป็นเหมือนภาพวาด เส้นสายที่เคลื่อนตัวบนร่างกาย

แนวคิดเรื่อง panel ที่ติดกระดุมในช่วงเปิดโชว์ยังคงถูกนำไปใช้ในช่วงถัดมา เดรสและชุด wool หรือ leather หลายชุดถูกประกอบขึ้นจากชิ้นผ้าที่ดูเหมือนจะ “ลอยออกจากกัน” ก่อนจะถูกยึดไว้ด้วยกระดุม ผลลัพธ์คือเสื้อผ้าที่ดู graphic และ striking อย่างน่าประหลาด ราวกับเครื่องแบบทหารเรือกำลังถูกแยกโครงสร้างเพื่อเผยให้เห็นกลไกภายในของมัน

บางช่วง Davis ดูเหมือนจะปล่อยให้ความสนุกกับการประกอบเสื้อผ้าด้วยกระดุมและ panel พาเขาไปไกลเกินไปเล็กน้อย รายละเอียดที่มากเกินจำเป็นอาจทำให้บางลุคดูซับซ้อนจนเกือบจะเกินความจำเป็น แต่ในภาพรวม ความรู้สึกของการ “ปลดระเบียบ” นี้กลับสร้างเสน่ห์ที่ยากจะปฏิเสธ เพราะภายใต้ความเคร่งครัดของเครื่องแบบทหารเรือ Davis แทรกความรู้สึกของ déshabillé หรือความไม่เป็นทางการแบบยามค่ำคืนเข้าไป

กางเกง sailor trousers ถูกปลดกระดุมบางส่วน เผยให้เห็นสามเหลี่ยมของซับผ้าสีขาว กระโปรงบางชุดเปิด panel ให้เห็นผิวหนังเพียงเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตบางตัวมีคอเสื้อที่สามารถติดหรือถอดออกได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เสื้อผ้าดูเหมือนอยู่ระหว่างสองสภาวะ ระหว่างระเบียบและความหลุดพ้น ระหว่างเครื่องแบบและการปลดมันออก

ช่วงกลางโชว์ Davis เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ผ่าน texture และแสงสะท้อนของผ้า เดรส ruffle สี gold lamé ที่ปั้นรูปทรงเหมือนประติมากรรมสะท้อนแสงไฟของห้อง speakeasy ขณะที่ jacquard สีม่วงหม่นย้อนกลับไปยัง palette ของ Demuth อีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน menswear ก็ถูกสร้างขึ้นด้วยความมั่นใจมากขึ้น สูทเอวคอดกับขากางเกงกว้างถูกสวมใต้แจ็กเก็ตหนัง blouson ที่ดูหรูหราอย่างชัดเจน บางลุคมีอารมณ์แบบ military บางลุคกลับให้ความรู้สึก bourgeoisie แบบยุโรป ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้คอลเล็กชันดูเหมือนมีตัวละครหลากหลายกำลังเดินอยู่ในห้องเดียวกัน

หนึ่งในไฮไลต์ของโชว์คือ quilted leather barn jackets ที่ประดับด้วย hardware สัญลักษณ์ของบ้านอย่าง Gancini ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราอย่างเงียบ ๆ แบบที่ Ferragamo เชี่ยวชาญ ช่วงท้ายของโชว์ค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศไปสู่โลกยามค่ำคืนอย่างเต็มตัว เดรส georgette ที่พับ pleats เป็น accordion กลางน่องเคลื่อนไหวเหมือนม่านหนักที่ล้อมรอบเวที จากนั้นความสว่างของผ้า lamé ก็ระเบิดขึ้นอีกครั้งผ่านเดรสค็อกเทลสีทอง slip dress แบบ flapper และเดรสที่ปลายกระโปรงแตกออกเป็น fishtail ภาพสุดท้ายของโชว์จึงเหมือนกับค่ำคืนใน speakeasy ที่กำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด ก่อนที่ม่านจะปิดลง

ในเบื้องหลัง Davis บอกว่าเขากลับไปค้นคว้าใน archive ของ Salvatore Ferragamo อีกครั้ง และพบเทคนิคพื้นรองเท้าแบบ molded sole ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่เป็น wedge ที่มีลวดลายเหมือนคลื่น รวมถึง crystal-toe pumps ที่ดูเหมือนเครื่องประดับมากกว่ารองเท้า สำหรับเขา กระบวนการออกแบบครั้งนี้คือการนำตัวละครจากโลกต่าง ๆ มาพบกัน นักเดินเรือ ศิลปิน หญิงสาวในยุค Jazz Age นักผจญภัยยามค่ำคืน ทุกคนกำลังเดินเข้ามาในบาร์เดียวกัน

Ferragamo ภายใต้ Maximilian Davis จึงยังคงอยู่ในช่วงของการสำรวจตัวตน บางครั้งเขาอาจดูเหมือนกำลังหมุนไปในหลายทิศทางพร้อมกัน แต่ในฤดูกาลนี้ เส้นเรื่องเริ่มรวมตัวกันเป็นภาพที่ชัดขึ้น เป็นแฟชั่นที่มีทั้ง discipline และ unruliness ความเป็นระเบียบของเครื่องแบบ และความไม่เป็นระเบียบของชีวิตยามค่ำคืนผลลัพธ์คือความสง่างามแบบใหม่ ความสง่างามที่ดูเหมือนกำลัง “แตกตัว” อยู่ตลอดเวลา เหมือนเรือที่กำลังแล่นออกสู่ทะเล โดยยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะไปถึงท่าเรือใด แต่ก็เต็มไปด้วยพลังของการเดินทาง

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search