A.M.I — Archive, Memory, Identity
รายงาน โดย มานิต มณีพันธกุล
แฟชั่นโชว์ฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาว 2026 ของ Ami Paris ไม่ได้เริ่มต้นด้วยภาพจำแบบ “แฟชั่นโชว์” หากเริ่มต้นด้วย “ท่าที” ทางความคิด พื้นที่โฮสมันเนียนกลางถนนช็องเซลีเซ่ที่ถูกรีดทอนให้เหลือโครงสร้างดิบแบบ industrial มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลังเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการตัดเสียงรบกวนของบริบททั้งหมดออกไป เพื่อให้เสื้อผ้าได้พูดด้วยตัวเองอย่างบริสุทธิ์ที่สุด นี่ไม่ใช่โชว์ที่ต้องการความอลังการ ไม่ต้องการ spectacle และไม่ต้องการการดึงสายตาด้วยโปรดักชัน แต่เป็นโชว์ที่เลือก “ความนิ่ง” เป็นภาษาหลัก
และความนิ่งนั้นสำคัญ เพราะนี่คือคอลเลกชันครบรอบ 15 ปีของแบรนด์ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Alexandre Mattiussi ผู้ก่อตั้งและ Creative Director ที่ไม่ได้เลือกเล่าเรื่องด้วย nostalgia แบบโหยหาอดีต แต่เลือกวิธีที่สุขุมกว่านั้น คือการทำให้ “รากเหง้า” กลายเป็นโครงสร้างความหมายของปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ AMI ไม่ได้พยายามพิสูจน์ความร่วมสมัยผ่านความแปลกใหม่ แต่พิสูจน์มันผ่าน “ความต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนทางกับระบบแฟชั่นร่วมสมัยที่หมุนด้วยความเร็ว ความใหม่ และความไวรัลเป็นหลัก ในโลกที่แบรนด์จำนวนมากต้องผลิตความแตกต่างซ้ำ ๆ เพื่อความอยู่รอด AMI เลือกเดินอีกทางหนึ่ง คือการทำให้ “ความเหมือน” กลายเป็นภาษาเชิงอำนาจ (language of authority)
จุดศูนย์กลางของแนวคิดนี้ปรากฏชัดที่สุดใน Look 13 ลุคที่เกือบเหมือนกับลุคแรกในชีวิตการออกแบบของ Mattiussi เมื่อปี 2011 จนเกิดคำถามเรื่อง self-plagiarism หรือการลอกงานตัวเอง แต่แทนที่จะปฏิเสธ เขากลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประโยคที่มีนัยเชิงปรัชญาอย่างยิ่ง
“นั่นคือลุคแรกในชีวิตของผมเมื่อปี 2011 และผมเผลอทำมันขึ้นมาใหม่โดยไม่รู้ตัว”
และเมื่อเขารู้ตัว เขายังเลือก “เก็บมันไว้” ในบอร์ดออกแบบ
การตัดสินใจนี้สำคัญ เพราะมันไม่ใช่การยอมรับความซ้ำแบบจำนน แต่เป็นการ “ทำให้ความซ้ำมีความหมาย” (meaningful repetition) Camel coat, ลายทาง marinière, กางเกงยีนส์ขาว ถูกนำกลับมาไม่ใช่ในฐานะของความทรงจำ แต่ในฐานะโครงสร้างภาษาของแบรนด์ โค้ตถูกตัดใหม่ให้ยาวขึ้น โครงสร้างไหล่นิ่งขึ้น วัสดุดีขึ้น เสื้อ knit เปลี่ยน texture ให้เงา นุ่ม และยืดหยุ่น รองเท้ากลายเป็น patent leather พื้นหนา กางเกงยีนส์มี front crease แบบ French prep silhouette ทุกองค์ประกอบ “เหมือนเดิม” แต่ทุกมิติ “ดีกว่าเดิม”









นี่คือความต่างระหว่าง nostalgia กับ archive logic
nostalgia = มองอดีตเป็นภาพ
archive = มองอดีตเป็นโครงสร้าง
AMI เลือกอย่างหลัง
และประโยคฝรั่งเศสของ Mattiussi ที่ว่า
“แยมที่ดีที่สุด มักทำจากหม้อเก่า”
จึงไม่ใช่คำพูดโรแมนติก แต่เป็นปรัชญาการออกแบบเชิงโครงสร้าง ของเดิมไม่ใช่อุปสรรคต่อความใหม่ หากมันถูกพัฒนาอย่างมีสติ มันสามารถกลายเป็นฐานของการเติบโตได้
แนวคิด Rubik’s Cube ที่เขาใช้เป็น metaphor ของคอลเลกชันนี้ ยิ่งตอกย้ำความคิดนี้ Rubik’s Cube ไม่ได้เปลี่ยนชิ้นส่วน แต่มันเปลี่ยน “ตำแหน่ง” และ “ความสัมพันธ์” ของชิ้นส่วน นั่นคือสิ่งที่ FW26 ทำ เสื้อผ้าไม่ได้ถูกออกแบบเป็นลุคตายตัว แต่เป็นระบบ wardrobe ที่สามารถ rearrange ได้ไม่รู้จบ ข้ามเพศ ข้ามวัย ข้ามชนชั้น ข้ามบริบท และข้ามฟังก์ชัน สีแดงที่กระจายอยู่ทั่วคอลเลกชันไม่ใช่แค่ accent เชิงความงาม แต่ทำหน้าที่เป็น brand code ที่เชื่อมโยงกับ heart logo และประวัติศาสตร์ของแบรนด์ตั้งแต่คอลเลกชันแรก ขณะที่สีดำ (ซึ่ง Rubik’s Cube ไม่มี) ถูกใส่เข้ามาอย่างตั้งใจ เพราะในเชิงวัฒนธรรม สีดำคือโครงสร้างอัตลักษณ์ของปารีส มากกว่าสีแฟชั่น
ในเชิง silhouette และ material FW26 ไม่ได้พยายามสร้าง icon piece เพียงไม่กี่ชิ้น แต่สร้าง “ระบบตู้เสื้อผ้า” ทั้งระบบ โค้ตโอเวอร์ไซซ์ กางเกงทรงกว้าง relaxed tailoring วูเมนส์แวร์ที่มีโครงสร้างแต่ยังคงความพลิ้วไหว วัสดุที่ผสมตั้งแต่ faux croc, ponyskin, chambray, denim, knit, leather, jersey ทั้งหมดไม่ได้ทำหน้าที่เป็น spectacle แต่เป็นโครงสร้างชีวิตประจำวัน












สิ่งนี้ทำให้ AMI FW26 แตกต่างจากแฟชั่นโชว์จำนวนมากในยุคปัจจุบัน เพราะมันไม่ได้พยายาม “สร้างภาพฝัน” (fantasy) แต่พยายาม “สร้างความจริง” (reality) เสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อการถ่ายรูปเรียกแสงแฟรชจากกล้อง แต่เพื่อการใช้งานจริง เพื่อการถูกสวม ใส่ ซ้ำ และผสมใหม่ในชีวิตจริง
ในเชิงแบรนด์ นี่คือจุดเปลี่ยนเชิงสถานะอย่างชัดเจน AMI ไม่ได้วางตัวเองเป็น start-up brand, hype brand หรือ niche Parisian label อีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนเข้าสู่สถานะของ “สถาบัน” ทางวัฒนธรรม (institutional brand) ของแฟชั่นปารีส แบรนด์ที่มีภาษา มี archive มีโครงสร้างความคิด มีปรัชญา และมีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง
การทำซ้ำใน FW26 จึงไม่ใช่ความล้มเหลวเชิงสร้างสรรค์ แต่คือการประกาศอำนาจเชิงสัญลักษณ์ของแบรนด์ อำนาจที่จะไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อความร่วมสมัย เพราะความร่วมสมัยสามารถเกิดขึ้นได้จาก “ความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง”
ในโลกแฟชั่นที่หมุนด้วยความเร็ว ความไวรัล และความเร่ง AMI เลือกความนิ่ง เลือกความต่อเนื่อง และเลือกความจริง นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่หวือหวา แต่เป็นทางเลือกที่มั่นคง และในบริบทของปี 2026 ความมั่นคงของตัวตน อาจกลายเป็นรูปแบบใหม่ของ “ความหรู” ที่ทรงพลังที่สุด
AMI Paris Fall–Winter 2026 จึงไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ครบรอบ 15 ปี แต่คือบทประกาศว่า แบรนด์นี้ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเวลา เพราะมันกำลัง “เติบโตไปกับเวลา” อย่างมีโครงสร้าง มีสติ และมีตัวตนอย่างชัดเจน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ FW26 ไม่ได้เป็นเพียงคอลเลกชัน แต่เป็น “ข้อความ” ทางแฟชั่น
ข้อความที่บอกว่า บางครั้ง การไม่เปลี่ยน คือรูปแบบของการเปลี่ยนที่ลึกที่สุด



