หากจะกล่าวถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้เพียงผลิตชิ้นงานเพื่อการใช้งาน แต่สร้าง “มรดกทางความคิด” ให้กับโลกการออกแบบ ชื่อของ Vitra ย่อมถูกเอ่ยถึงในฐานะหนึ่งในเสาหลักของศตวรรษที่ 20 และ 21 อย่างสง่างาม

Vitra ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1937 โดย Willi Fehlbaum ที่ได้เข้ารับช่วงต่อกิจการบริษัททำงานตกแต่งร้านค้า Graeter ในเมืองบาเซิล สถานที่ซึ่งเขาเคยฝึกงานในวัยหนุ่ม จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้กลายเป็นรากฐานของเส้นทางที่ต่อมาจะเชื่อมโยงชื่อของเขาเข้ากับประวัติศาสตร์การออกแบบสมัยใหม่อย่างแนบแน่น ซึ่งในปี 1956 บริษัทที่มีฐานอยู่ในบาเซิลได้ย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานและโรงงานแห่งใหม่ในย่านชานเมือง Birsfelden
ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Fehlbaum ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและค้นพบโลกของการออกแบบสมัยใหม่ โดยเฉพาะผลงานของ Charles และ Ray Eames ซึ่งนำไปสู่การได้ลิขสิทธิ์ผลิตและจัดจำหน่ายผลงานของ Eames ในยุโรป นับเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ Vitra กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแนวคิด Modernism อเมริกันกับยุโรปหลังสงคราม
ตลอดหลายทศวรรษ Vitra ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่ทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์มรดกการออกแบบ” ด้วยการรักษามาตรฐานงานผลิตอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการสืบทอดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของนักออกแบบแต่ละคนอย่างเคารพและละเอียดอ่อน เมื่อเอ่ยถึง Vitra ย่อมนึกถึงเก้าอี้ที่ไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็น

Eames Lounge Chair
มากกว่าความสบาย เก้าอี้ตัวนี้คือการตีความขึ้นใหม่ของ “เก้าอี้คลับอังกฤษ” ในภาษาของศตวรรษที่ 20 Charles และ Ray Eames ตั้งใจให้มันมอบความรู้สึกนุ่ม อบอุ่น และโอบรับร่างกาย ผ่านเทคนิคการขึ้นรูปไม้วีเนียร์แบบโค้งหรือ moulded plywood ซึ่งพวกเขาพัฒนามาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกจับคู่กับหนังคุณภาพสูงและฐานอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป ทุกชิ้นผลิตด้วยความละเอียดระดับงานคราฟต์ แม้จะเป็นการผลิตเชิงอุตสาหกรรมก็ตาม สิ่งที่ทำให้ Lounge Chair เหนือกาลเวลา คือสัดส่วนที่สมดุลอย่างแม่นยำ องศาการเอนที่ถูกคำนวณเพื่อรองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ และภาพลักษณ์ที่หรูหราแบบไม่โอ้อวด

Panton Chair
ผลงานการออกแบบโดย Verner Panton เก้าอี้ที่เหมือนเส้นสายอิสระกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ Panton Chair คือเก้าอี้ชิ้นแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลิตจากพลาสติกชิ้นเดียวแบบ cantilever อย่างสมบูรณ์ ทำให้การพัฒนาชิ้นงานนี้ใช้เวลาหลายปีในการทดลองวัสดุ ตั้งแต่ไฟเบอร์กลาสไปจนถึงพลาสติกฉีดขึ้นรูปแบบใหม่ในยุคนั้น จนกระทั่งสามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรมโดยยังคงความแข็งแรงและความยืดหยุ่น พร้อมสะท้อนความเชื่อของยุค 1960s ที่มองวัสดุสังเคราะห์ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอนาคต สีสันสดจัดของ Panton Chair ยังกลายเป็นภาพจำของ Pop Culture

Aluminium Group
งานออกแบบที่เดิมทีออกแบบโดย Charles และ Ray Eames สำหรับบ้านพักตากอากาศของนักสะสมงานศิลปะในโคลัมบัส รัฐอินดีแอนา แต่กลับกลายเป็นต้นแบบของเก้าอี้สำนักงานยุคใหม่ จุดเด่นอยู่ที่การใช้โครงอะลูมิเนียมหล่อเป็นกรอบหลัก แล้วขึงผ้าหรือหนังสัตว์ให้ตึงระหว่างเฟรม แทนการบุเบาะหนาแบบดั้งเดิม วิธีนี้ทำให้เก้าอี้มีน้ำหนักเบา โปร่ง และดู “บาง” อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ยังคงความแข็งแรงและสบาย Aluminium Group ไม่ได้เพียงนิยาม aesthetic ของสำนักงานสมัยใหม่ หากยังสะท้อนแนวคิด efficiency และ rational design ของยุคหลังสงคราม ที่ทุกองค์ประกอบต้องมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน

Noguchi Coffee Table
ผลงานประติมากรรมเชิงฟังก์ชันของ Isamu Noguchi ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและนักออกแบบ โต๊ะตัวนี้คือการพบกันของประติมากรรมและเฟอร์นิเจอร์อย่างแท้จริง ตั้งแต่ฐานไม้สองชิ้นรูปทรงออร์แกนิกถูกออกแบบให้เกี่ยวประสานกันอย่างสมดุล โดยไม่ต้องใช้สกรูหรือข้อต่อที่ซับซ้อน แผ่นกระจกด้านบนเผยให้เห็นโครงสร้าง โต๊ะตัวนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นผิววางของ แต่เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความงามของเส้นสาย เงา และพื้นที่ว่าง

แต่ตำนานของ Vitra ยังไม่ได้หมดลงเพียงเท่านี้ผ่านมา เพราะในปัจจุบัน ทางแบรนด์ยังขยายบทบาทของตนเองจากผู้ผลิตสู่ผู้สนับสนุนวัฒนธรรมการออกแบบ ผ่าน Vitra Design Museum ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1989 ที่เมือง Weil am Rhein ประเทศเยอรมนี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงจัดแสดงคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์ระดับตำนาน แต่ยังเป็นเวทีวิชาการสำหรับนิทรรศการ งานวิจัย และบทสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของการออกแบบ
ซึ่งพื้นที่โดยรอบหรือ Vitra Campus ยังเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมโดยสถาปนิกระดับโลก อาทิ Frank Gehry, Zaha Hadid และ Tadao Ando ซึ่งสะท้อนจุดยืนของแบรนด์ในการผสานอุตสาหกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และสถาปัตยกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

สิ่งที่ทำให้ Vitra สามารถยืนหยัดเหนือกาลเวลามาได้จวบจนปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงความงามเชิงรูปทรง หากคือความมุ่งมั่นต่อ “คุณภาพที่ยั่งยืน” ทั้งในเชิงวัสดุ การผลิต และจริยธรรมทางธุรกิจ แบรนด์ยังคงร่วมงานกับนักออกแบบร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับ Vitra เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่เพียงวัตถุ หากคือบทสนทนาระหว่างมนุษย์ พื้นที่ และประวัติศาสตร์



