Sasha Jost
January 8, 2026

ซาช่า โจสท์ (Sasha Jost) คือศิลปินน้องใหม่ในวงการเพลงอินดี้ที่น่าจับตามอง เธอเปิดตัวในฐานะนักร้องในชื่อ Cupnoodle พร้อมอัลบั้มแรก “ยำ” ที่บอกเลยว่าแค่ฟังคอนเซปต์ก็น่าสนใจสุดๆ

ซาช่า เป็นสาวไทยลูกครึ่งเยอรมันที่ตกหลุมรักเสียงเพลง และดนตรีตั้งแต่เด็ก ถึงแม้เดิมเธอจะเคยเป็นเด็กขี้อาย และขี้กลัวมาก แต่ความกลัวที่จะไม่ได้ทำในสิ่งที่ฝันมีมากกว่า เธอจึงเลือกเดินตามเส้นทางสายดนตรีที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรก ศึกษาทุกศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง จนในที่สุดเธอก็สามารถก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักร้องอย่างเข้มแข็ง โดยมีแนวเพลงของตัวเองที่แข็งแรงไม่แพ้กัน

เธอเล่าให้ #legend_th ฟังว่า เธอมองเสียงเพลงและดนตรีเป็นเหมือนกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีรสชาติหลากหลาย เข้าถึงง่าย ตรงไปตรงมา มีหลายสไตล์ และไม่มีกรอบจำกัดตายตัว ซึ่งตรงกับแนวเพลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ เพราะตัวเธอเองมีความสนใจสไตล์เพลงที่หลากหลาย จึงอยากถ่ายทอดความรู้สึกนี้ออกมาในหลากรูปแบบเช่นกัน

Sasha Jost

#legend_th: เล่าที่มาของชื่อ Cupnoodle ให้เราฟังหน่อย

SJ: ตอนนั้นเรารู้สึกว่า Cupnoodle หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคล้ายกับผีเสื้อค่ะ ตัวบะหมี่ต้องรอต้มให้สุก ถึงจะออกมาเฟื่องฟูและกินได้อร่อย ก็คล้ายกับผีเสื้อที่เริ่มจากการเป็นหนอน และรอออกจากดักแด้เป็นผีเสื้อแสนสวย ก็เปรียบเหมือนตัวเราสมัยเด็กที่เป็นคนขี้อาย เราร้องเพลงก็ไม่กล้าบอกใคร ครอบครัวรู้แต่เพื่อนที่โรงเรียนไม่มีใครรู้เลย จนวันหนึ่งเราดันตัวเองออกมาจากเปลือกที่ห่อหุ้มตัวเราไว้ กลายเป็นตัวเราทุกวันนี้ บางคนอาจจะรู้สึกแปลกใจค่ะที่เห็นเราเข็นรถเข็นร้องเพลงไปตามที่ต่างๆ ไม่น่าจะขี้อายเลย แต่คือตอนเด็กเราขี้อายมาก ถ้าเราจะร้องเพลงต้องให้คนอื่นหันหลังก่อน ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ที่มีรถเข็นเป็นของตัวเองก็มาไกลอยู่ค่ะ

#legend_th: อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้เรากล้าออกจากคอมฟอร์ทโซน

SJ: ตอนนั้นเราอยากร้องคาราโอเกะแล้วเราต้องรอให้คนอื่นหันไปที่อื่นก่อนเราถึงจะขอไมค์มาร้องบ้าง แล้วก็มีครอบครัวเพื่อนคุณป้าบอกว่า “อยากร้องเพลงก็ร้องเลยลูก ถ้ามัวแต่อายจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำนะ” เราเลยคิดได้ว่า จริงนะ เราจะขี้อายไปจนถึงอายุ 80 เลยไหม เราจะขี้อายไปจนถึงตอนนั้นจริงๆ เหรอ ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว เราเห็นคนอื่นขึ้นไปร้องเพลงเขาก็ไม่ได้มีอะไร มีแต่เราคิดไปเองคนเดียว เราเลยคิดได้ว่าจริงๆ มันไม่ควรมีใครมาหยุดเรา เราเลยกล้าหยิบไมค์ หลังจากนั้นก็ไม่เคยวางอีกเลย (หัวเราะ)

#legend_th: ทำไมถึงเป็น บะหมี่ถ้วย กับ รถเข็น

SJ: เพราะช่าชอบดนตรี ดนตรีคือชีวิตของเรา มันไม่เกี่ยวว่าสไตล์การร้องของเราเป็นอย่างไร สำหรับเรา “My passion, my obsession is music” เราชื่นชอบเพลงทุกแนว แล้วเราเรียนรู้ไปกับมัน เลยได้ไอเดียว่า บะหมี่ถ้วย มันมีหลายรสชาติ เพลงที่เราอยากนำเสนอออกไปก็มีหลายรสชาติเช่นกัน เราไม่อยากถูกจำกัดความว่าเป็นศิลปินแนวไหน อีกอย่างคือเราเรียนด้าน Music Production, Music Technology และการร้องเพลงมาด้วย มันเลยเป็นเหมือนการทำรสชาติใหม่ขึ้นมา ส่วน รถเข็น มันมีความกรุงเทพฯ เป็นสตรีทฟู้ด เราชอบความตรงไปตรงมา ความเรียล ความสตรีทตรงนี้ อีกอย่างมันเป็นเหมือนสัญลักษณ์แทนความเหน็ดเหนื่อยของศิลปินด้วยว่า เราทำเองทุกอย่าง เราเลยรู้สึกว่านี่แหละคือเรา

#legend_th: ชีวิตในลอนดอนตรงกับเพลงไหนของ Cupnoodle มากที่สุด

SJ: น่าจะ Therapist ค่ะ จริงๆ เพลงนี้ปล่อยออกมา 2-3 ปีแล้ว มันเป็นช่วงที่เราอยู่คนเดียวเยอะ ได้เรียนรู้ตัวเอง รู้จักเกี่ยวกับการฮีลตัวเอง คิดว่าเพลงนี้เริ่มจากแนว folk ก่อน เพราะตอนนั้นเราอินเพลงแนวนี้อยู่ จนพัฒนาไปเป็น rock เป็น blues มากขึ้น ตอนเราอยู่ลอนดอนเราเปิดรับประสบการณ์เกี่ยวกับดนตรีเยอะมาก เราได้ทำความรู้จักอะไรที่หลากหลายซึ่งหล่อหลอมให้เรากลายเป็นตัวเราในวันนี้ค่ะ

#legend_th: อยากร่วมงานกับใครเป็นพิเศษไหม

SJ: พี่นะ Polycat เป็นคนหนึ่งที่เราอยากคอลแลบด้วยสักครั้ง เขาเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ช่าฟังอยู่แล้วชอบมากค่ะ

#legend_th: ทำไมถึงต้องเป็นอัลบั้ม “ยำ”

SJ: มาจากรสชาติของเพลงค่ะ เราอยากนำเสนอแนวเพลงที่ไม่ได้มีแค่สไตล์เดียว หรือแนวเดียว ใน 6 เพลงของยำเรามีทุกแนว ตั้งแต่ Ballad Jazz, R&B, Pop, EDM และ Hip-hop ซึ่งเป็นรสชาติที่แตกต่างกันไป เราคิดว่าเดี๋ยวนี้คนฟังฉลาด และมีรสนิยมหลากหลายแนว เราเลยคิดว่านี่เป็นตัวเราจริงๆ เลยอยากนำเสนออะไรที่หลากหลาย

#legend_th: ถ้าให้เลือกสถานที่ที่ไม่ใช่เวที อยากแสดงสดที่ไหน

SJ: เราเปิดกว้างมากสำหรับพื้นที่ที่ใช้แสดงงานดนตรี จริงๆ รถเข็นเราเคยไปที่ถนนบรรทัดทองมาแล้ว ถ้าถามว่าเราอยากเห็นภาพตัวเองเล่นที่ไหนมากที่สุด น่าจะเป็นที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ค่ะ

Sasha Jost

#legend_th: Playlist 3 เพลงในวันเหงาๆ

SJ: ขอแนะนำเพลงตัวเองได้ไหมคะ (หัวเราะ) เพลง Tango ค่ะ เหมาะสำหรับวันเหงาๆ ตื่นเช้าไม่ไหว แล้วอยากได้เอเนอจี้ เพลงนี้ช่วยให้ตื่นแน่นอนค่ะ ส่วนอีกเพลงก็ Close to you ของ The Carpenters เป็นเพลงฟังสบาย อาจทำให้เหงาน้อยลง หรือเหงามากขึ้นก็ได้ แต่บางทีเราก็มีความรู้สึกอยากให้มันเหงามากขึ้นเหมือนกันนะ เพลงสุดท้ายก็ Cry me a river ของ Julie London ค่ะ เพลงนี้เราร้องบ่อยมาก เป็นเพลงหากินของช่าสมัยก่อน เป็นเพลง Jazz ที่อาจจะทำให้เหงามากขึ้นจนทำให้เราอยากออกไปผจญภัยข้างนอกให้หายเหงาค่ะ

#legend_th: ถ้าได้ย้อนเวลากลับไปช่วงที่ทำเพลงแรกๆ อยากบอกอะไรกับตัวเอง

SJ: อยากบอกว่าผลลัพธ์มันอยู่ในกระบวนการ ต้องทำต้องปล่อยไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะรู้จักตัวเอง เราไม่สามารถรู้ทุกอย่างล่วงหน้าว่าเราอยากเป็นแบบไหน อยากพูดอะไร เสียงของเราที่คนจะรู้สึกไปพร้อมๆ กันคือแบบไหน ถ้าย้อนกลับไปดูในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ช่าปล่อยมาแล้วสิบกว่าเพลง เราได้ทดลอง โอเคกับคนที่จะไม่ชอบ ไม่คาดหวังว่าเพลงไหนจะเป็นเพลงฮิต เราไม่ได้ทำเพราะต้องตอบโจทย์ของใคร เราทำในสิ่งที่เราอยากทำ Trust the process อย่าไปคิดถึงหนทางสุดท้ายมาก เราสร้างเส้นทางของเราแล้วเดินตามทางนั้นไปอย่างภูมิใจค่ะ

#legend_th: มองตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าอย่างไร

SJ: หวังว่าเราจะยังเป็นคนแอ็คทีฟ และมีอัลบั้มอีกสัก 5 อัลบั้ม มีคอนเสิร์ต มีทัวร์ ได้ใกล้ชิดกับคนฟังเยอะๆ จริงๆ เราไม่ได้มองไปข้างหน้าไกลขนาดนั้นเท่าไหร่ แต่เราเชื่อว่าเราจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุด

Sasha Jost

#legend_th: วิธีหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง

SJ: เราว่านักดนตรี หรือศิลปินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และมีพรสวรรค์มีอยู่เยอะมาก บางทีเราได้ฟังเพลงใหม่ๆ ที่รู้สึกได้แรงบันดาลใจจากศิลปินเหล่านั้น ได้ชมงานศิลปะ อ่านหนังสือ ก็ช่วยให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ เหมือนกัน ช่าเชื่อว่าชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะได้ทำอัลบั้มในแบบที่เราอยากทำให้ครบทุกอันด้วยซ้ำ ช่าอยากมีอัลบั้มเพลงทุกสไตล์เลยค่ะ ดนตรีมันเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของช่าจริงๆ และเราก็รู้สึกโชคดีที่เราได้อยู่ตรงนี้

#legend_th: แนวเพลงไหนที่ท้าทายมากที่สุด

SJ: ในด้านการร้องเพลง ช่าชอบทุกแนวเลยค่ะ แต่แนวหนึ่งที่รู้สึกท้าทายและยาก คือ ลูกทุ่ง เพราะช่าคิดว่าต้องใช้ทักษะสูง และมีเทคนิคเฉพาะเยอะมาก เดี๋ยวรอมีเวลาก่อนเราเจอกัน (หัวเราะ)

#legend_th: ชอบเพลงไหนในอัลบั้มตัวเองมากที่สุด

SJ: ตอบยากเลย เพราะเพลงก็เหมือนกับลูกของเราที่เรารักหมดทุกคน คิดว่าศิลปินคนอื่นๆ น่าจะตอบคล้ายกัน หลังเสร็จแต่ละเพลงก็จะบอกว่าชอบเพลงนี้ที่สุด สรุปก็คือชอบที่สุดทุกเพลงอยู่ดี สำหรับช่า เพลงที่ชอบทำ Production มากที่สุด คือ Tango เพลงที่ชอบฟังในรถมากที่สุด คือ peace of mind และเพลงที่ชอบ Perform มากที่สุด คือ Ketchup (Catch Up) ค่ะ

#legend_th: ฝากผลงานเพลงเป็นการทิ้งท้ายหน่อย

SJ: ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้นะคะติดตามผลงานของช่าได้ทุกช่องทางออนไลน์ และทุกแพลตฟอร์มฟังเพลงเลยค่ะ เพลงเราจะมาให้ติดตามเรื่อยๆ เลย หรือจะติดตามช่อง Instagram @cupnoodlemusic ไว้ก็ได้ค่ะ เป็นช่องทางหลักที่ช่าไว้อัพเดทผลงาน

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search