‘New Year, New Me’ เป็นวลีที่เราได้ยินบ่อยในช่วงต้นปี เพราะพอเข้าปีใหม่สิ่งที่มักจะตามมาเป็นอย่างแรกๆ คือ การตั้ง New Year’s Resolutions เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่สดใสกว่าเดิม แต่การตั้งเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพก็มีเทคนิคที่ควรรู้กับเขาด้วยเหมือนกัน
เคยเป็นไหมที่ช่วงต้นปี พลังกายพลังใจล้นเหลือ ตั้งเป้าหมายประจำปีไว้มากมาย ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดได้แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่พอพ้นเข้าครึ่งปีหลังเท่านั้นล่ะ จากพลังงานเต็มหลอดก็เหลือแค่ครึ่ง ไหนจะติดภารกิจมากมายจนส่งผลให้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ไม่ได้เสียอีก สุดท้ายพอถึงปลายปีก็ต้องถอดใจไป เอาไว้เริ่มต้นใหม่ปีหน้าแทน วนไปแบบนี้ทุกปีๆ ถ้าคุณกำลังเจอเหตุการณ์เหล่านี้อยู่ ลองมาทำตามเทคนิคดีๆ ที่ช่วยให้การตั้งเป้าหมายเหล่านั้นประสบความสำเร็จกันดีไหม

New Year’s Resolutions ที่ชัดเจน ช่วยให้เราเข้าใกล้เส้นชัยได้ง่ายกว่า
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่ทำตามสิ่งที่ตั้งเป้าหมายปีใหม่ไม่สำเร็จ คือ การขาดความชัดเจน เช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนัก จะควบคุมการกินให้มากขึ้น จะตั้งใจเก็บเงินมากกว่าเดิม จะอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น จะหาเวลาพักผ่อนเยอะขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เปรียบเหมือนการตั้งเป้าหมายลอยๆ โดยที่เราไม่เห็นภาพที่ชัดเจน คิดกระบวนการไปถึงเป้าหมายนั้นไม่ออก และมองไม่เห็นผลลัพธ์ของการทำให้สำเร็จ หากคุณอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ทำพฤติกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น เราแนะนำให้คุณกำหนดแบบเจาะจงไปเลยว่า อยากลดน้ำหนักให้ได้กี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลากี่เดือน อยากเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ภายในกี่เดือน หรือ จะพักผ่อนอย่างไร บ่อยแค่ไหน เป็นต้น
อย่าตั้งเป้าหมายที่กดดันตัวเองเกินไป
หัวข้อนี้จะสอดคล้องกับข้อก่อนหน้าอยู่เล็กน้อย การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เห็นภาพได้จริง ช่วยให้เราทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้สำเร็จก็จริง แต่เราก็ต้องใจดีกับตัวเองด้วยเช่นกัน การตั้งเป้าหมายที่กดดันเกินไป ระยะเวลากระชั้นเกินไป หรือตั้งให้สูงเข้าไว้จะได้เป็นแรงใจให้ตัวเอง อาจให้ผลลัพธ์ตรงข้าม ทำให้เราท้อแท้ ถอดใจ และหมดไฟในการทำ New Year’s Resolutions ของปีนั้นๆ ไปเลยก็ได้เช่นกัน ทางที่ดีเราควรกำหนดเป้าหมายตามระยะเวลาจริงที่เราสามารถทำได้ และปรับให้ยืดหยุ่นเผื่อเราเจอสถานการณ์ยากลำบากที่ส่งผลต่อการทำตามเป้าหมาย เราจะได้ไม่รู้สึกกดดัน หรือหมดกำลังใจไปเสียก่อน
เป้าหมายนั้น เราต้องเห็นด้วยตาเนื้ออย่างชัดเจน
ใครที่ชอบตั้งเป้าหมายไว้ในโน้ตในสมาร์ทโฟน หรือเขียนใส่สมุดไว้แล้ววางไว้ข้างๆ เราแนะนำให้ลองเปลี่ยนวิธีดู เพราะตามหลักจิตวิทยาแล้ว การที่เราเห็นเป้าหมายซ้ำๆ ในที่ๆ พบเห็นได้ง่าย เช่น บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ วอลเปเปอร์บนสมาร์ทโฟน บนโต๊ะทำงาน โต๊ะข้างเตียง หรือที่อื่นๆ จะช่วยเน้นย้ำความตั้งใจของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้เรามีแรงขับเคลื่อนในการทำตามเป้าหมายนั้นให้เป็นจริง แต่ถ้าเราเขียนแล้วเก็บไว้ในที่ลับสายตา พอนึกขึ้นมาได้เมื่อไหร่ก็กดดูสักที อาจทำให้เราหลงลืมแรงใจที่อยากทำ ความกระตือรือร้นแต่แรกเริ่ม จนรู้ตัวอีกทีก็หมดปีไปแล้วแบบไม่ทันตั้งตัว

แบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นสเตปย่อยๆ
อย่างที่เราทราบกัน การตั้งเป้าหมายช่วงต้นปี เราจะวัดผลได้อีกทีก็ในช่วงท้ายปี ในระยะเวลากว่า 365 วัน นับเป็นเส้นทางที่ยาวนานเอามากๆ การช่วยให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แบบไม่รู้สึกกดดันมากอีกวิธีหนึ่ง คือ การแบ่งเป็นสเตปย่อยๆ วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพเส้นชัยที่ชัดเจนขึ้น เห็นความก้าวหน้าทีละเล็กละน้อย ทั้งยังมีกำลังใจในการทำเป้าหมายจนสำเร็จได้โดยไม่ถอดใจไปเสียก่อน
อย่าลืมสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองด้วย
‘ทำดีต้องมีรางวัล’ ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้กระทั่งการตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง การให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ หลังจากทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละปีเป็นผลสำเร็จ ถือเป็นแรงจูงใจชั้นดีให้เราอดทนทุ่มเทแรงกายแรงใจได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราสามารถบอกตัวเองได้ว่าถ้าเราพยายามเดินตามเป้าหมายต่อไป นอกจากเราจะบรรลุสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้วยังได้รางวัลอื่นเพิ่มด้วย เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวนั่นเอง
Feature Image by drobotdean via freepik


