หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้น Olivia Dean ศิลปินสาวผู้ถ่ายทอดเสน่ห์ของดนตรีโซลและอาร์แอนด์บีผ่านเสียงร้องที่ละมุน อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ที่ล่าสุดได้คว้ารางวัล Best New Artist จากเวที Grammy Awards 2026 ซึ่งตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะศิลปินดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล

Olivia Dean มีชื่อเต็มว่า Olivia Lauryn Dean เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1999 ที่เขต Haringey กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเติบโตในย่าน Highams Park ทางตอนเหนือของลอนดอน เธอมีเชื้อสายผสม โดยมีคุณพ่อเป็นชาวอังกฤษ และคุณแม่มีเชื้อสายชาวจาเมกา-กายอานา (Jamaican-Guyanese) ที่ช่วยหล่อหลอมมุมมองด้านดนตรีและศิลปะของเธอได้อย่างชัดเจน
Olivia เติบโตมากับเสียงดนตรี โดยคุณพ่อของเธอสะสมคอลเลกชันแผ่นเสียงจำนวนมาก ส่วนคุณแม่เปิดโลกให้เธอรู้จักกับดนตรีแนว Neo Soul นอกจากนี้เธอยังเริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่เด็ก เริ่มด้วยการร้องเพลงในโบสถ์ ฝึกเล่นกีตาร์กับเปียโนด้วยตัวเองตอนอายุประมาณ 16 ปี ฝึก เข้าคลาสเรียนละครเวทีในทุกวันเสาร์ ก่อนจะศึกษาเข้าเรียนในโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงและเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง BRIT School

เส้นทางสู่การเป็นนักร้องอย่างจริงจังของเธอเริ่มจากการแสดง Busking ดนตรีตามสถานที่ต่างๆใน South Bank เมื่อตอนอายุ 17 และอัปโหลดคลิปคัฟเวอร์เพลง “(You Make Me Feel Like) A Natural Woman” ลงช่องยูทูปในเดือนสิงหาคม ปี 2018 ต่อมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน Dean ได้ปล่อยซิงเกิลแรกของตัวเองในชื่อ “Reason to Stay” ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและมียอดสตรีมหลายล้านครั้ง จนทำให้เธอได้รับข้อเสนอและเซ็นสัญญากับค่าย AMF Records และ Virgin EMI Records ก่อนจะปล่อยซิงเกิล “OK Love You Bye” พร้อมเปิดตัว EP แรกอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019
ผลงานของ Olivia โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และการเติบโตของตัวตน ผ่านซาวด์โซลและนีโอโซลที่ฟังสบาย ผลงานของเธอล้วนได้รับเสียงตอบรับดีจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ฟัง ก่อนจะต่อยอดสู่ผลงานอัลบั้มเต็มเธอเปิดตัวอัลบั้มเต็มครั้งแรกด้วย “Messy” ที่มีเพลงฮิตติดหูอย่าง “Dive” และเพลงอื่นๆที่บ่งบอกสไตล์ของเธอได้อย่างชัดเจน

ในช่วงปี 2024 Olivia ได้ย้ายมาเซ็นต์สัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Capitol Records พร้อมปล่อยอัลบั้มที่สอง “The Art of Loving” ในปี 2025 ที่พาเราสำรวจความซับซ้อนของความรัก และได้รับแรงบันดาลใจจากงานเขียนของนักคิด Feminist อย่าง Bell Hooks โดยซิงเกิลจากอัลบั้มนี้อย่าง “Man I Need” กลายเป็นเพลงฮิตระดับโลก ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในหลายประเทศ และขึ้นถึงอันดับ 2 บน Billboard Hot 100 ในสหรัฐอเมริกา ขณะที่เพลงอื่นๆในอัลบั้มอย่าง “Nice to Each Other” และ “Lady Lady” หรือ “So Easy (To Fall In Love)” ก็ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ฟังและนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม
Olivia ยังสร้างสถิติสำคัญด้วยการเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวคนแรกที่มีเพลงติด Top 10 ของชาร์ต UK พร้อมกันถึง 4 เพลง ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะศิลปินป๊อป-โซลยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเคยคว้ารางวัล Breakthrough Artist of the Year จาก Amazon Music รวมถึงได้รับเลือกเป็น BBC Music Introducing Artist of the Year และถูกยกให้เป็น Billboard Rookie of the Year ในปี 2025 จนกระทั่งในปี 2026 กับจุดเปลี่ยนจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางอาชีพด้วยการคว้ารางวัล Best New Artist จากเวที Grammy Awards เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเธอได้กล่าวสปีชขอบคุณครอบครัวและคุณย่า ผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมทั้งชีวิตและผลงานดนตรีของเธอ

ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มละมุน และเข้าถึงง่าย ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดทางอารมณ์ บวกกับภาพลักษณ์ของ Olivia สะท้อนความหญิงสาวที่เรียบง่าย ความมั่นใจในตนเอง และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายามอะไรมาก ทำให้เธอยังได้รับความสนใจจากวงการแฟชั่นมาอย่างต่อเนื่อง โดย Olivia ดำรงตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ CHANEL และเป็นหนึ่งในแคมเปญหลักน้ำหอม Burberry Her ซึ่งช่วยตอกย้ำบทบาทของเธอในฐานะแฟชั่นไอคอนรุ่นใหม่ได้อย่างสวยงาม
ความสำเร็จของ Olivia Dean ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากพรสวรรค์ด้านเสียงร้องหรือภาพลักษณ์ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจ ความจริงใจในการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง และความสามารถในการเชื่อมโยงอารมณ์กับผู้ฟังได้อย่างลึกซึ้ง เราจึงขอยกย่องให้ Olivia Dean เป็นอีกหนึ่งศิลปินหญิงที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปยุคใหม่ และน่าจับตามองว่าเธอจะพาเสียงดนตรีของเธอเดินทางไปได้ไกลเพียงใดในอนาคต



