เพิ่งเสร็จสิ้นกันไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมากับ HYROX Thailand 2026 หนึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่รวมเอาการวิ่ง และการออกกำลังกายเข้าด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่เร้าใจ สนุกตื่นเต้น และพร้อมให้คนฟิตทั้งหลายมาปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กัน
HYROX คือ สนามที่ทดสอบทั้ง “ความอึด” และ “ความแข็งแรง” ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ แต่ท้าทายอย่างแท้จริง เป็นการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานระหว่าง “การวิ่ง” และ “Functional Training” เข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบสนามแข่งมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งทั้งหมด 8 กิโลเมตร (แบ่งเป็นรอบละ 1 กิโลเมตร) สลับกับด่านออกกำลังกาย 8 สถานี เช่น sled push, sled pull, burpee, rowing และ wall balls มีจุดเด่นอยู่ที่รูปแบบการแข่งขันที่ชัดเจนและเหมือนกันในทุกประเทศ ทำให้เปรียบเทียบสถิติในระดับสากลได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนทุกระดับเข้าร่วมได้อย่างอิสระ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักกีฬามืออาชีพ





สำหรับ HYROX Thailand 2026 ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 และได้รับกระแสตอบรับเกินคาดอย่างน่าประทับใจ มีผู้สมัครเข้าร่วมสูงถึง 17,500 คน ทั้งมือใหม่ นักกีฬา และเหล่าดาราเซเลบริตี้ สร้างสีสัน และความคึกคักสนุกสนานให้งานที่จัดต่อเนื่อง 3 วันเต็ม (20–22 มีนาคม 2569) ได้ไม่แพ้ปีก่อนเลย
ด่านวัดความอึดที่รอการพิชิต
อย่างที่เราทราบกันว่า HYROX มีด่านวัดความอึดทั้งหมด 8 ด่าน ซึ่งแต่ละด่านของปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้
- SkiErg 1000 เมตร: เป็นด่านแรกที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อแขน ไหล่ และแกนกลางลำตัว โดยจำลองมาจากการเล่นสกี
- Sled Push 50 เมตร: เป็นด่านที่ใช้กล้ามเนื้อช่วงล่างของร่างกาย รวมไปถึงหลัง แกนกลาง และต้นขาในการดัน SLED ไปข้างหน้าจนถึงเป้าหมาย
- Sled Pull 50 เมตร: SLED ยังอยู่กับเราอย่างต่อเนื่อง โดยด่านนี้เปลี่ยนจากการผลักเป็น “การดึง” ในระยะทาง 50 เมตร
- Burpee Broad Jump 80 เมตร: ในด่านนี้คุณจะต้องทำท่า Burpee พร้อมกระโดดสลับกันไปเป็นระยะทาง 80 เมตร นับเป็นการรวมท่ายากที่ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้อย่างทั่วถึงเลยทีเดียว
- Rowing 1000 เมตร: ในด่านที่ 5 คุณจะต้องดึงเครื่อง Rolling จนกว่าจะครบระยะทาง 1,000 เมตร
- Farmers Carry 200 เมตร: เข้าสู่ครึ่งหลังอย่างเป็นทางการ ในด่านนี้คุณจะต้องถือลูกตุ้มยกน้ำหนักไว้ระหว่างลำตัว และวิ่งหรือเดินให้ครบระยะทาง 200 เมตร
- Sandbag Lunges 100 เมตร: ด่านเรียกเหงื่อชั้นดีอีกหนึ่งด่าน โดยด่านนี้คุณจะต้องแบกน้ำหนัก 10, 20 หรือ 30 กิโลกรัมไว้บนบ่าขณะทำท่า Lunges ไปด้วย
- Wall Balls 100: ขอต้อนรับเข้าสู่ด่านสุดท้าย ซึ่งเป็นด่านที่คุณจะต้องโยนลูกบอลขึ้นไปแตะเหนือเส้นที่ขีดไว้บนเพดาน 100 ครั้ง สลับกับการวิ่ง 1 กิโลเมตร
หลังจากเข้าร่วมครบทั้ง 8 ด่านแล้ว เราสามารถดูเวลารวมทั้งหมด (Total Time) ของตัวเอง รวมไปถึงผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ได้ว่าแต่ละด่านเราทำเวลาเท่าไหร่ ทำได้กี่รอบ และอยู่ในอันดับไหน เพื่อให้เราสามารถประเมินศักยภาพตัวเอง รู้จุดอ่อน จุดแข็ง และจุดที่ควรระวัง นำไปสู่การวางแผนการออกกำลังกายของเราเองในอนาคต





ทำไมงาน HYROX ถึงได้รับความสนใจขนาดนี้ ?
เพราะ HYROX เป็นการแข่งขันระดับโลกที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ผู้เข้าแข่งขันทุกคนสามารถเปรียบเทียบสถิติกับคนอื่นๆ ได้ในระดับสากล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย และต้องการทดสอบความสามารถร่างกายตัวเอง รวมไปถึงคนที่ชอบการออกกำลังกายแบบผสมผสาน เพราะ HYROX นำ การวิ่ง และ Functional Training 8 ด่าน มารวมไว้ในที่เดียวกัน คุณจึงสามารถวัดทั้งความอึด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อให้ผ่านด่านได้โดยที่ร่างกายไม่ได้รับภาระมากจนเกินไป
นอกจากนี้ HYROX ยังแบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 4 แบบ คือ Open ซึ่งเป็นสนามมาตรฐาน, Pro เป็นสนามสำหรับมืออาชีพ, Doibles สนามที่ให้เราจับคู่กับเพื่อนและแบ่งกันออกกำลังกายได้ และ Relay สนามแบบทีม 4 คน เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย หรือผู้ที่สนใจทำกิจกรรมสนุกๆ และนักกีฬามืออาชีพก็สามารถเข้าร่วมงานเดียวกันได้แบบไร้กังวล
ทั้งนี้ การเข้าร่วม HYROX Thailand 2026 เราแนะนำให้ทุกคนฝึกซ้อมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้าร่วมเสมอ เพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับแต่ละท่า เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความอึดให้กับร่างกาย สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราจะได้รู้ลิมิตของร่างกายตัวเอง การรู้ลิมิตของตัวเองนอกจากจะช่วยป้องกันเราจากอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราสนุกกับการแข่งขันได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
Credit: hyroxthailand.com / hyroxtha via Instagram



