“…หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักสะสมนาฬิกาไม่อาจละสายตาจากเรือนเวลาของ A. Lange & Söhne ได้ คือความงดงามอันคลาสสิกที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญด้านกลไก ไม่ว่าจะเป็นระบบไขลานแบบแมนนวล หรือกลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน…”

นับตั้งแต่การกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งในปี 1990 เมซงจาก Glashütte แห่งนี้ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคนิค ดังที่สะท้อนผ่านกลไกซึ่งไม่ได้โดดเด่นเพียงรูปลักษณ์อันงดงาม แต่ยังมอบความเที่ยงตรงและความแม่นยำในระดับสูงสุดตามแบบฉบับของศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาเยอรมัน
Lange manufacture calibre L922.1 (LANGEMATIK PERPETUAL)

หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 Walter Lange เหลนของ Ferdinand Adolph Lange มองเห็นโอกาสในการปลุกชีวิตให้กับกิจการครอบครัว ณ เมือง Glashütte และทำให้ความตั้งใจนั้นกลายเป็นจริงในปี 1990 นับตั้งแต่การกลับมาอย่างเป็นทางการในปี 1994 A. Lange & Söhne ได้พัฒนาเครื่องกลอินเฮ้าส์มากกว่า 70 คาลิเบอร์ แม้ว่ากลไกไขลานแบบแมนนวลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเอกลักษณ์แบรนด์ แต่ระบบขึ้นลานอัตโนมัติก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่มีบทบาทชัดเจน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในวิวัฒนาการทางเทคนิคตลอดเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา
คาลิเบอร์อัตโนมัติทั้งหมดถูกออกแบบ ผลิต และตกแต่งภายในโรงงานของแบรนด์อย่างครบวงจร โครงสร้างของกลไกยังคงยึดมั่นในหลักการเดียวกับเครื่องของ Lange ทุกเรือน ไม่ว่าจะเป็นแท่นเครื่องสามส่วนสี่ผลิตจากเงินเยอรมันแไม่เคลือบ ชาโตนหรือหลุมทับทิมทำจากทองยึดด้วยสกรู สกรูสีน้ำเงินจากการอบความร้อน หรือสะพานจักรสมดุลที่แกะสลักด้วยมือ รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการผสานระบบอัตโนมัติยังคงยืนอยู่บนรากฐานของขนบ Saxon อย่างมั่นคง
LANGE 1 TOURBILLON PERPETUAL CALENDAR

นาฬิกาข้อมือระบบอัตโนมัติเรือนแรกหลังการฟื้นคืนแบรนด์คือ LANGEMATIK ซึ่งเปิดตัวในปี 1997 พร้อมคาลิเบอร์ L921.2 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำระบบขึ้นลานอัตโนมัติเข้าสู่คอลเลกชันยุคใหม่ของ A. Lange & Söhne

กลไกนี้ถูกตั้งชื่อว่า SAX-O-MAT โดย “SAX” หมายถึง Saxony ศูนย์กลางแห่งการทำนาฬิกาเยอรมัน “MAT” แทนระบบอัตโนมัติ และ “O” คือฟังก์ชัน zero-reset ที่เมื่อดึงเม็ดมะยม เข็มวินาทีจะกลับสู่ตำแหน่งศูนย์ในทันที เพื่อการตั้งเวลาที่แม่นยำยิ่งขึ้น คาลิเบอร์ L921.2 มาพร้อมโรเตอร์กลางทำจากทองคำ 21 กะรัต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขึ้นลาน โครงสร้างของมันผสานกลไกอัตโนมัติเข้ากับสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของ Lange ได้อย่างลงตัว แสดงให้เห็นว่าระบบ self-winding สามารถอยู่ร่วมกับโครงสร้างแท่นเครื่องสามส่วนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบพื้นฐาน และไม่สูญเสียเอกลักษณ์ไป
LANGE 1 DAYMATIC in Honeygold with Calibre L021.1

กลไกอัตโนมัติของ A. Lange & Söhne ถูกพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละเรือน ในปี 2010 แบรนด์เปิดตัว LANGE 1 DAYMATIC พร้อมคาลิเบอร์ L086.1 ซึ่งไม่ได้ต่อยอดจากกลไกไขลานเดิม แต่ถูกออกแบบขึ้นใหม่อย่างอิสระในฐานะกลไกอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพื่อคงเอกลักษณ์ของ LANGE 1 การจัดวางหน้าปัดจึงถูกสะท้อนกลับในลักษณะ mirror layout โดยแทนที่ตัวบอกพลังงานสำรองด้วยการแสดงวันแบบ retrograde ขณะที่หน้าปัดเวลาและหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ถูกจัดวางใหม่อย่างสมดุล

คาลิเบอร์นี้มาพร้อมโรเตอร์กลางแบบสองทิศทางในรูปแบบสเกเลตันเจาะโปร่ง เปิดเผยงานตกแต่งของกลไกอย่างงดงาม ขณะเดียวกัน ระบบอัตโนมัติยังถูกนำไปผสานเข้ากับกลไกชั้นสูงอย่างคาลิเบอร์ L082.1 ที่รวม tourbillon และ perpetual calendar เข้าด้วยกัน พร้อมวงแหวนเดือนแบบรอบนอก และกลไกหยุด้ข็มวินาทีหรือ stop-seconds เพื่อความแม่นยำระดับวินาที
SAXONIA OUTSIZE DATE

SAXONIA ANNUAL CALENDAR ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ L085.1 ที่มีความหนาเพียง 5.7 มิลลิเมตร ผสานกลไก annual calendar เข้ากับโครงสร้างอัตโนมัติอย่างกะทัดรัด เพื่อคงสัดส่วนของตัวเรือนให้สมดุล ส่วน SAXONIA OUTSIZE DATE ใช้คาลิเบอร์ L086.8 ที่รวมระบบอัตโนมัติเข้ากับหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lange ในดีไซน์ที่เรียบเฉียบ

ในปี 2019 แบรนด์ได้เปิดตัว ODYSSEUS นาฬิกาที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ L155.1 DATOMATIC ซึ่งผสานคำว่า ‘date’ และ ‘automatic’ เข้าด้วยกัน กลไกนี้มาพร้อมหน้าต่างวันที่และวันขนาดใหญ่ รวมถึงโรเตอร์กลางที่ติดตั้งมวลแพลทินัมเพื่อประสิทธิภาพการขึ้นลานที่เหนือกว่า ODYSSEUS จึงเปิดบทใหม่ให้กับคอลเลกชัน โดยที่ระบบอัตโนมัติกลายเป็นหัวใจสำคัญ ขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรฐานงานประกอบและการตกแต่งอันประณีตของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน
ODYSSEUS in white gold

ในวันนี้ กลไกอัตโนมัติได้กลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของ A. Lange & Söhne ทุกคาลิเบอร์ผ่านการประกอบสองครั้งและการปรับตั้งอย่างละเอียดก่อนออกจากโรงงาน รายละเอียดด้านการตกแต่งและการขัดเกลาทางเทคนิคที่พบในกลไกไขลานแบบแมนนวล ยังคงถูกถ่ายทอดมาอย่างครบถ้วนในกลไกอัตโนมัติ

ด้วยการพัฒนาคาลิเบอร์มากกว่า 75 แบบตลอดระยะเวลาเกือบสามทศวรรษ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติได้กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์ความรู้เชิงเทคนิคของแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบ พัฒนาขึ้น ณ Glashütte และดำเนินตามขนบการทำนาฬิกาแบบ Saxon เพื่อขยายขอบเขตของความแม่นยำและสุนทรียะแห่งโครงสร้างกลไกไปสู่โลกของ self-winding อย่างสง่างาม



