March 13, 2026

ในโลกของการสื่อสารที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ชื่อของ ชญาภา จูตระกูล คือหนึ่งในคนทำงานเบื้องหลังที่เข้าใจทั้ง “ภาพใหญ่ของแบรนด์” และ “รายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างความต่าง” ได้อย่างชัดเจน

ในฐานะกรรมการผู้บริหารของ THE BUREAU OF WONDERS เธอพาธุรกิจการสื่อสารก้าวไปไกลกว่าการประชาสัมพันธ์แบบเดิม ๆ ด้วยวิธีคิดที่เชื่อมข้อมูล กลยุทธ์ และคน เข้าด้วยกัน โดยเชื่อว่า ความสำเร็จของแบรนด์ไม่ควรจบแค่ความดัง แต่ต้องไปถึงการเติบโตที่วัดผลได้จริง 

#legend_th: ขออัปเดตบทบาทของคุณปิ๊งในตอนนี้สักนิด

CC: ตอนนี้ปิ๊งเป็น Executive Director ของ THE BUREAU OF WONDERS ค่ะ เราเป็นเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญด้าน Luxury Brands ทำมาเกือบ 3 ปีแล้ว และช่วงนี้เริ่มขยับจากลักชัวรีไปสู่ High Value Segment ที่กว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์หรูแบบเดิม

#legend_th: สโคปงานหลักของบริษัทคืออะไร

CC: เรามี 3 ส่วนหลัก คือ PR, Event และ Consultation ซึ่ง PR กับ Event อาจดูเหมือนเอเจนซี่ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจริง ๆ คือส่วนที่สาม คือ Data และ CRM (Customer Relationship Management)

ปิ๊งมาจากสาย Data และทำ CRM มาก่อน เลยนำมาประยุกต์กับงาน PR และ Event เราเก็บข้อมูลมาตลอด ทั้งข้อมูลตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และประสบการณ์จากลูกค้าของลูกค้าอีกที ข้อมูลเหล่านี้มาจากการมอนิเตอร์ตลาด การพูดคุย และการสัมภาษณ์จริง ๆ เพื่อให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าของตัวเองได้ลึกขึ้น

#legend_th: สิ่งนี้ส่งผลต่อการทำงานอย่างไร

CC: นอกจากคำว่า “ตรงเป้าหมาย” ปิ๊งคิดว่าต้องใช้คำว่า “แม่นยำ” ด้วย
วันนี้หลายคนคิดว่าทำ PR หรือ Event แค่ทำตามบรีฟก็พอแล้ว แต่ปิ๊งไม่คิดแบบนั้น ถ้าเราทำตามบรีฟ แต่ลูกค้าของแบรนด์ไม่รู้สึก ไม่สนใจ หรือเสพสื่อไม่ตรงกับสิ่งที่แบรนด์สื่อออกไป แล้วเขาจะมีความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์ได้อย่างไร งานสื่อสารวันนี้ต้องคิดไปถึงปลายทางจริง ๆ ว่าคนรับสารรู้สึกอย่างไร และสุดท้ายจะนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบไหนกับแบรนด์

#legend_th: บทบาทเชิงกลยุทธ์ของคุณปิ๊งต่อทิศทางองค์กรคืออะไร

CC: ที่นี่เป็นที่แรกที่ปิ๊งขอให้สัมภาษณ์เลยนะคะ (หัวเราะ)
ตอนนี้ปิ๊งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ THE BUREAU OF WONDERS เต็มตัว ทิศทางของเราชัดเจนมาก คือมองว่า ประเทศไทยสามารถเป็น Luxury Hub และ Cultural Hub ได้

บทบาทของปิ๊งคือพาบริษัทไปสู่การเป็นเอเจนซี่ยุคใหม่ ที่ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อกันจริง ๆ PR ต้องไม่ขาด Event และต้องไม่ขาด CRM ทุกอย่างต้องทำงานเป็นลูปเดียวกัน เพื่อรองรับการตลาดครบวงจร ตั้งแต่ Awareness, Consideration, Engagement ไปจนถึง Conversion

#legend_th: แผนและวัตถุประสงค์หลักของปีนี้คืออะไร

CC: คำเดียวเลยค่ะ คือ “ขยาย”
แม้เราจะเป็นบริษัทเล็ก แต่ปิ๊งมองว่าเรามีศักยภาพ ฐานลูกค้าและขอบเขตงานสามารถขยายได้อีกมาก ปีนี้เลยโฟกัสที่การขยายบริษัทเป็นหลัก ขยายไปเรื่อย ๆ แบบ Endless ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

วิสัยทัศน์ของปิ๊งชัดมากว่า We are Here to Stay and Win
ตั้งแต่วันแรกเราเป็นเอเจนซี่ที่ Aggressive ในเชิงธุรกิจ เปิดตรง ไม่ซ่อนอะไร และจะรักษาความ Aggressive นี้ไว้ต่อไป

#legend_th: เตรียมความพร้อมอย่างไรเพื่อไปถึงเป้าหมายแบบ Endless

CC: คำว่า BUREAU OF WONDERS มันมีเป้าหมายอยู่ในตัวชื่อ ไม่ใช่แค่ปิ๊ง แต่คือพนักงานทุกคนที่เราสร้างกันมาตั้งแต่วันแรก BUREAU สำหรับปิ๊งหมายถึงความเป็น Professional ถึงที่สุด เราเติบโตมาจากบริษัทที่มี International Mindset ตั้งแต่วันแรก รากฐานของเราคือความเป็นมืออาชีพที่ชัดเจนมาก

อีกด้านหนึ่งคือความเป็นครีเอทีฟ พนักงานต้องถูก Challenge ให้คิดนอกกรอบอยู่ตลอด ปิ๊งไม่เคยบังคับให้ใครต้องเป็นคนอื่น ทุกคนมีความเป็นตัวเอง และความเป็นตัวเองนี่แหละที่ทำให้เขาคิดสิ่งใหม่ได้จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังทำงานเป็นทีม มีความเป็น BUREAU อยู่ตรงกลาง ทำให้ Winning Element ของบริษัทนี้คือ “คน” และโครงสร้างที่รองรับการพัฒนาคนได้จริง

#legend_th: มองความท้าทายของตลาดในตอนนี้อย่างไร

CC: ความท้าทายมีเยอะมาก และไม่ได้เกิดแค่กับ Luxury Brands อย่างเดียว เม็ดเงินฝืดเป็นเรื่องที่กระทบทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่ความผิดของใคร คำถามคือเราจะรับมือกับมันอย่างไร สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่ามกลางความฝืดนี้ คนไทยเริ่มคิดนอกกรอบมากขึ้น เริ่มมองเรื่องวัฒนธรรม และการเป็น Cultural Hub มากขึ้น เพราะการทำยอดแบบเดิมมันยากขึ้น

ปิ๊งมองว่าปัญหาของลูกค้าคือปัญหาของเรา ถ้าลูกค้าทำธุรกิจไม่ยั่งยืน PR ก็อยู่ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือช่วยเขาคิดว่าจะใช้งบน้อยลงแต่ได้ผลมากขึ้น หรือขยับไปหา Segment ใหม่ ๆ โดยเฉพาะนอกกรุงเทพฯ ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

#legend_th: การบริหารเชิงรุกในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ทำอย่างไร

CC: มันกลับมาที่ Offering ของเรา เราไม่ได้ทำแค่ PR แต่เรามี PR, Event และ CRM ครบ ลูกค้ามาหาเราในฐานะ One Stop Service หลายที่อาจจัดอีเวนต์ได้ แต่ไม่รู้ว่าคนที่มาเป็นลูกค้าจริงหรือไม่ แต่เรา รู้ เพราะเราทำ CRM มาก่อน ข้อมูลตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง และเป็นส่วนที่คู่แข่งส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ปิ๊งเชื่อว่า CRM คืออนาคต และเป็นอนาคตที่เชื่อม PR กับ Event เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

#legend_th: ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว กลยุทธ์สำคัญคืออะไร

CC: ความเร็วต้องเริ่มจาก “คน” PR ต้องเข้าใจ Event และ Event ต้องเข้าใจ PR และที่สำคัญ ทุกคนต้องเข้าใจว่าแก่นของลูกค้าเป้าหมายคือรายได้ ไม่ว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน คำถามแรกยังเหมือนเดิม คือ เขารับรู้อย่างไร และอะไรทำให้เขาตัดสินใจซื้อ

#legend_th: มีตัวอย่างที่เห็นภาพชัดไหม

CC: อย่างแบรนด์ Cartier ตอนนี้ข้อมูลชัดมากว่านาฬิกา Cartier ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z มาก นี่คือข้อมูลที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีทำ PR และ Event จาก Private Event แบบเดิม ไปสู่ประสบการณ์ที่เปิดกว้างขึ้น การสื่อสารไม่จบแค่หน้างาน แต่ต้องส่งไม้ต่อไปถึงทีมเซลล์ เพื่อพาลูกค้าไปสู่ Conversion

#legend_th: หัวใจของการทำธุรกิจในแบบคุณปิ๊งคืออะไร

CC: มันคือ Mindset ค่ะ คนที่จะชนะไม่ใช่คนที่ชนะวันนี้ แต่คือคนที่มองระยะยาว และเข้าใจว่าอุตสาหกรรมต้องการอะไร ถ้าเราทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น จาก 10 เป็น 11 ได้ ใครสักคนต้องเป็นคนเริ่ม และปิ๊งเลือกจะเป็นคนนั้น

#legend_th: พูดได้ไหมว่า ความสำเร็จของลูกค้าคือความสำเร็จของเรา

CC: แน่นอนค่ะ ปิ๊งยึดแบบนี้มาตั้งแต่อายุ 22 ตอนทำงานที่นิวยอร์ก If you make your client win, everyone wins แบรนด์จะดังอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าขายไม่ได้ก็ไปไม่รอด หน้าที่ทำให้แบรนด์ดัง เรารับ หน้าที่สร้างความประทับใจ เรารับ และเรื่องยอดขาย เราก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

#legend_th: มองการผสมผสานธุรกิจกับแฟชันและไลฟ์สไตล์อย่างไร

CC: หัวใจของแฟชันไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ DNA, ศิลปะ และ Heritage ตัวอย่าง Ferragamo ดีไซน์อาจเปลี่ยน แต่คุณภาพหนังและตัวตนของแบรนด์ไม่เคยเปลี่ยน หน้าที่ของเราคือสื่อสารให้ถูก ต้องได้ทั้ง Heritage, Product และ Moment เพื่อสร้างทั้ง Short Term และ Long Term ไปพร้อมกัน

#legend_th: Fashion Destination ในมุมของคุณปิ๊งคืออะไร

CC: แฟชันไม่ใช่ It’s Now Destination ของแฟชันไม่ใช่เส้นชัย แต่มันคือมาราธอน คุณต้องรักษาศิลปะและตัวตนของแบรนด์ไว้ ในขณะที่ยังเดินไปกับเวลาได้ สำหรับปิ๊ง นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search