February 26, 2026

รายงานโดย มานิต มณีพันธกุล

ในค่ำคืนฤดูหนาวที่ลมแม่น้ำเทมส์พัดเย็นจัดจนเหมือนจะแทรกผ่านเนื้อผ้าทุกชั้น Burberry เลือกจะไม่หลบหนีบรรยากาศนั้น หากกลับโอบรับมันไว้เป็นหัวใจของเรื่องเล่าในฤดูกาล Winter 2026 โชว์ครั้งนี้ไม่ได้พาเราไปยังโลกสมมติอันห่างไกล แต่ดึงเรากลับมายืนอยู่ใน “ลอนดอนของจริง” เมืองที่ฟ้ามืดเร็ว ถนนเปียก ฝนตกแทบไม่เว้นวัน และชีวิตยามค่ำคืนยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

หลังจากฤดูกาลก่อนที่ Daniel Lee พา Burberry ออกไปสู่ความโรแมนติกของชนบทอังกฤษและบรรยากาศเทศกาลกลางฤดูร้อน เขากลับหันเข็มทิศเข้าสู่มหานครอย่างตั้งใจ ราวกับซูมเลนส์จากภาพภูมิทัศน์กว้างใหญ่กลับสู่รายละเอียดของชีวิตเมือง โชว์จัดขึ้นที่ Old Billingsgate ริมแม่น้ำเทมส์ พร้อมฉากจำลอง Tower Bridge ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ภายในฮอลล์ แสงไฟที่กระพริบบนโครงสร้างนั้นดูเหนือจริงกว่าสะพานจริงที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสียอีก ขณะที่พื้นรันเวย์ถูกแต้มด้วยแอ่งน้ำลาเท็กซ์สีดำ สะท้อนแสงเหมือนถนนหลังฝนเพิ่งหยุดตก

มันไม่ใช่เพียงการจัดฉาก หากเป็นการจำลอง “ความรู้สึกของเมือง” เมืองที่ทั้งโรแมนติก เหงา มีพลัง และไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว

Daniel Lee ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาย้ายมาอยู่ลอนดอนในฐานะนักศึกษา “ตอนที่ผมย้ายมาลอนดอนครั้งแรก ผมอยู่ที่ไวท์แชปเพล หลายครั้งผมรู้สึกคิดถึงบ้าน พอเป็นแบบนั้นผมจะเดินเลียบแม่น้ำไปที่ทาวเวอร์บริดจ์และหอคอยลอนดอน แล้วมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น เพราะผมตื่นเต้นที่ได้มาอยู่ที่นี่”

ความทรงจำระหว่างความเหงาและความตื่นเต้นนั้น กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็กชันนี้

หัวใจของ Burberry ยังคงเต้นอยู่ที่ trench coat เครื่องแบบทหารจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แฟชั่นระดับโลก แต่ Lee ไม่ได้หยิบมันมาเพื่อทบทวนอดีต หากเพื่อขยายความหมายของมันในโลกปัจจุบัน เขาอธิบายแนวคิดของฤดูกาลนี้ว่า “เป้าหมายคือการสร้างเสื้อผ้า Burberry ที่ใส่ได้ตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน จะไปงานเปิดตัวภาพยนตร์ งานการกุศล หรือไนต์คลับก็ได้ เพราะลอนดอนมีชีวิตกลางคืนที่หลากหลายมาก และนั่นคือสิ่งที่เราอยากเฉลิมฉลอง”

Trench จึงปรากฏในหลากหลายบุคลิกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แบบสี ivory ที่ปกเสื้อแตกตัวเป็นระบายเหมือนแรงลม, trench หนังเงาที่สะท้อนแสงเหมือนพื้นถนน, trench ไหมยับที่ดูเหมือนผ่านค่ำคืนยาวนาน, trench shearling สี oxblood หนาหนักราวเกราะกันหนาว ไปจนถึง trench สีขาวบริสุทธิ์ที่สง่างามราวชุดพิธีการ หลายลุคถูกตัดให้โอเวอร์ไซซ์ พร้อม epaulettes แบบยุค 1980 ที่ไหลตกจากหัวไหล่ สร้างความรู้สึกเหมือนเสื้อผ้าที่ถูกใช้จริงในชีวิต ไม่ใช่เพียงจัดวางเพื่อความสมบูรณ์แบบ

หนึ่งในชิ้นที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับเมืองได้ชัดที่สุด คือ trench ที่ทอ “แผนที่ลอนดอนโบราณ” ลงในเนื้อผ้า ซึ่ง Lee ยอมรับว่าเป็นชิ้นโปรดของเขา เพราะมันทำให้เมืองที่เขาหลงรักกลายเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าอย่างแท้จริง แผนที่เดียวกันยังปรากฏบนคำเชิญ ผ้าพันคอ และองค์ประกอบต่าง ๆ ของโชว์ ราวกับย้ำว่า Burberry ไม่ได้เพียงอ้างอิงลอนดอน แต่สร้างตัวตนขึ้นจากมัน

แม้ภาพรวมยังคงความ polished แบบ British luxury แต่คอลเล็กชันนี้ก็แทรกความ “flirty and dirty” ของลอนดอนยามค่ำคืนเข้าไปอย่างแยบยล flask ที่โผล่จากกระเป๋าหลัง เสื้อไหมพรมระยิบกับถุงน่องและแจ็กเก็ตหนังที่เหมือนเพิ่งออกจากผับ หรือโค้ตที่ดูเหมาะกับการเดินข้ามเมืองหลังเที่ยงคืน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความดิบแบบตั้งใจท้าทาย หากเป็นการยอมรับว่าชีวิตจริงของเมืองคือส่วนหนึ่งของความหรูเช่นกัน

ในปีที่ Burberry ครบรอบ 170 ปี การเฉลิมฉลองไม่ได้ถูกทำให้ยิ่งใหญ่จนกลายเป็นพิธีกรรม หากสะท้อนผ่านการกลับไปเน้นสิ่งที่แบรนด์ทำได้ดีที่สุด trench, scarves, outerwear และงานฝีมือที่ใช้งานได้จริง แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจที่มุ่งเน้น “authenticity” เป็นแกนกลางของการเติบโต ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และผลประกอบการ

Daniel Lee เองไม่ได้พยายามสร้าง Burberry ใหม่ แต่กำลังทำให้มันชัดขึ้น กระชับขึ้น และตรงไปตรงมามากขึ้น เหมือน Nova Check ที่เคยนิยามแบรนด์ กำลังถูกแปลเป็นภาษาการนำเสนอแบบใหม่ที่เรียบแต่หนักแน่น

เขาเคยพูดถึงแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่ายว่า เขาทำงานในสตูดิโอที่ Horseferry House ซึ่งมีหน้าต่างและ skylight และได้ยินเสียงฝนตกตลอดทั้งวัน เสียงนั้นเอง กลายเป็นจังหวะของคอลเล็กชันนี้

Burberry Winter 2026 จึงไม่ใช่โชว์ที่ต้องการสร้างความตื่นตา หากเป็นการทำให้เรารู้สึกว่าแฟชั่นยังสามารถเชื่อมโยงกับสถานที่ เวลา และสภาพอากาศได้จริง ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนเร็วเกินไป Lee เลือกจะหยุด ฟังเสียงฝน และแปลมันออกมาเป็นเสื้อผ้า

และบางที ความร่วมสมัยที่สุดของ Burberry ในวันนี้ อาจไม่ใช่การวิ่งไปข้างหน้าแต่เพียงอย่างเดียว แต่คือการเดินอยู่กลางเมืองที่เปียกฝน แล้วปล่อยใจทำความเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง

Share

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

Search