ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของแม่น้ำเจ้าพระยา และคฤหาสน์ประวัติศาสตร์อายุกว่าศตวรรษที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1830 Boucheron ได้เนรมิตค่ำคืนอันพิเศษผ่านงานดินเนอร์ไฮจิเวลรี่ภายใต้ชื่อ “Baan Boucheron” ณ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ค่ำคืนนี้ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์อันใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว เปิดประตูสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ของเมซง ที่ซึ่งงานหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบฝรั่งเศสหลอมรวมเข้ากับความละเมียดละไมในแบบไทยได้อย่างงดงามและร่วมสมัย

การเดินทางเริ่มต้นขึ้น ณ Le Jardin d’Hiver อันเป็นพื้นที่รับรองกลางแจ้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนฤดูหนาวแบบฝรั่งเศส ก่อนจะถูกเติมแต่งด้วยรายละเอียดที่สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างประณีต และเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ ประตูได้เปิดออกเผยให้เห็นซึ่งภายในอาคารที่ถูกแปลงโฉมใหม่ด้วยเถาไอวี่ กล้วยไม้ และเฉดสีเขียวเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง แสงไฟอ่อนละมุน พื้นผิวธรรมชาติ และรายละเอียดอันพิถีพิถันหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเสมือนพื้นที่ปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยรสนิยม ถ่ายทอดตัวตนร่วมสมัยของ Boucheron ควบคู่ไปกับความอ่อนโยนแบบไทยได้อย่างสมดุล

เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านบนของ Baan Boucheron เส้นทางได้เผยอีกมิติหนึ่งของค่ำคืนในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น พร้อมการต้อนรับจากสามผลงานระดับไอคอนิกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของงานสร้างสรรค์โดยเมซง ผลงานชิ้นแรกจากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Contemplation ได้ถ่ายทอดช่วงเวลาละเอียดอ่อนราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง ผ่านมุมมองอันลึกซึ้งของ Claire Choisne ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ต่อด้วย Vendôme Liseré ที่ทำหน้าที่ในการนำเสนอแรงบันดาลใจจากจัตุรัสว็องโดมและรากฐานแบบปารีเซียง มานำเสนอผ่านเส้นสายอาร์ตเดโคและเพชรเหลี่ยมเอเมอรัลด์อันโดดเด่น ก่อนปิดท้ายด้วย Wladimir จากคอลเลกชัน Animaux de Collection อันเป็นแมวสัญลักษณ์ของเมซงที่ถูกตีความใหม่ผ่านทองแกะสลักและอัญมณีสว่างใส สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างมรดกในอดีตและจินตนาการร่วมสมัย

ภายในบริเวณรับรองของบ้านบูเชอรง แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสโชว์สุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ชื่นชมผลงานไอคอนิกของเมซงอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นด้วยคอลเลกชัน Quatre ไอคอนร่วมสมัยนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2004 ซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายกราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ ต่อด้วย Like a Queen จากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Histoire de Style 2023 และผลงานจาก Nature Triomphante ชูโรงด้วยแหวนอะควาเมรีนซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเข็มกลัดคู่ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงได้รับในปี 1937 จับคู่กับสร้อยคอและต่างหู Question Mark จาก Plume de Paon ถ่ายทอดบทสนทนาอันยาวนานระหว่าง Boucheron และธรรมชาติ

เรื่องราวดำเนินต่อด้วยกำไล Plume de Paon แบบปรับรูปแบบการสวมใส่ได้ ก่อนเข้าสู่ผลงานจาก Animaux de Collection ไม่ว่าจะเป็นกำไลและแหวนจาก Cheval de l’Opéra และต่างหูจาก Serpent Bohème ซึ่งสะท้อนความสมจริงเชิงประติมากรรมและความประณีตในงานช่างอันเป็นหัวใจของเมซง

ช่วงไฮไลต์ของค่ำคืนได้ถูกยกระดับไปสู่มิติที่เข้มข้นยิ่งกว่า ด้วย Power of Couture จากคอลเลกชันไฮจิเวลรี่ Carte Blanche 2024 ที่ Boucheron ผลักดันขีดจำกัดของงานหัตถศิลป์ไปสู่ระดับโอตกูตูร์อย่างแท้จริงที่ซึ่งทั้ง เทียร่า แหวน กระดุม และต่างหู ล้วนถูกถ่ายทอดในรูปแบบประติมากรรมจากร็อกคริสตัลและเพชร ในขณะที่ Les Épaulettes สร้างความประทับใจด้วยโครงสร้างซับซ้อนซึ่งทอดตัวดุจผืนผ้า และสามารถดัดแปลงเป็นกำไลข้อมือได้อย่างเหนือชั้น

ค่ำคืนสุดพิเศษนี้ได้ถูกปิดฉากอย่างงดงามด้วยสร้อยคอ Mauve จากคอลเลกชัน Signature รังสรรค์จากไวท์โกลด์ แพลทินัม และมรกตทรงหยดน้ำ พร้อมแหวน Solitaire 26 Vendôme จากคอลเลกชัน Architecture ซึ่งสื่อถึงเสน่ห์ของรูปทรงเรขาคณิตและจิตวิญญาณอาร์ตเดโคแห่งจัตุรัสว็องโดมได้อย่างชัดเจน

ในค่ำคืน ณ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส “Baan Boucheron” ได้เผยตัวตนและความเชี่ยวชาญของเมซงอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Boucheron ในการยกระดับศิลปะเครื่องประดับให้เป็นมากกว่างานหัตถศิลป์ หากแต่เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์ ความคิดริเริ่ม และอิสระทางการออกแบบ ซึ่งยังคงนิยามตัวตนของเมซงมาตลอดกว่า 160 ปีได้อย่างแยบคาย



