“…Envol ในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง “การทะยานขึ้น” และในคอลเลกชันไฮจิวเวลรีล่าสุดจาก Chaumet คำนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีแห่งการโบยบิน ผ่านเครื่องประดับรูปทรงปีกนกที่หลอมรวมงานช่างชั้นสูงเข้ากับอัญมณีสีน้ำเงินลึกล้ำได้อย่างงดงามและทรงพลัง…”



จากบันทึกในคลังมรดกของเมซง จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 Chaumet ใช้ลวดลายปีกในการรังสรรค์ทั้งมงกุฎและเครื่องประดับในสไตล์นีโอแอนทีค ก่อนที่มอทีฟนี้จะได้รับความนิยมสูงสุดในยุค Belle Époque ส่วนหนึ่งมาจากความหลงใหลในโลกของนกของ Marie-Étienne Nitot ผู้ก่อตั้งเมซง และ François-Regnault Nitot บุตรชาย ผู้ดำรงตำแหน่งช่างอัญมณีประจำราชสำนัก เช่นเดียวกับจักรพรรดินี Joséphine ผู้ทรงเปลี่ยนพระราชวังให้กลายเป็นดั่งเขตรักษาพันธุ์นก สายสัมพันธ์ระหว่างโชเมต์กับธรรมชาติจึงหยั่งรากลึกมานับแต่แรกเริ่ม

ในยุคโบราณ นกเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะได้รับความหมายใหม่ในยุคจักรวรรดิ เมื่อ Napoleon I ทรงเลือกนกอินทรีเป็นตราสัญลักษณ์แห่งรัชสมัย ทำให้ปีกนกกลายเป็นภาพแทนอำนาจและความยิ่งใหญ่ควบคู่ไปกับอิสรภาพ หนึ่งในผลงานระดับตำนานของเมซงคือปีกประดับเพชรและงานลงยาสีน้ำเงินโปร่งแสง ซึ่งจักรพรรดินี Eugénie ทรงเลือกเป็นของขวัญในปี 1906 แด่เจ้าหญิง Victoria Eugenie แห่ง Battenberg ในโอกาสซึ่งเสกสมรสกับพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปนในปีเดียวกัน ก่อนที่ในปี 1910 ผลงานชิ้นเดียวกันนี้จะตกเป็นของ Gertrude Vanderbilt Whitney ประติมากรและผู้อุปถัมภ์ผู้ก่อตั้ง Whitney Museum of American Art เธอนำเครื่องประดับรูปปีกชิ้นนี้มาสวมเป็นมงกุฎ ผลงานในตำนานชิ้นนี้เองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของคอลเลกชัน Envol ในวันนี้ สะท้อนการนำลวดลายซิกเนเชอร์ของ Chaumet มาตีความใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดกาลเวลา

หากย้อนมองผลงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโชเมต์เคยถ่ายทอดความงามของโลกแห่งนกผ่านเครื่องประดับมาแล้วใน Les Ciels de Chaumet ปี 2019 และ Un Air de Chaumet ปี 2024 ก่อนจะมาถึงบทล่าสุดในรูปแบบของปีกสีน้ำเงินในคอลเลกชัน Envol คอลเลกชันนี้ประกอบด้วยเครื่องประดับรูปปีกนกสีน้ำเงินทั้งหมดเก้าชิ้น ซึ่งสะท้อนทั้งจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดและความชำนาญเชิงช่างของเมซง ปีกสีน้ำเงินโดดเด่นด้วยงานลงยา grand feu และการประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้ม ศิลปะแห่งการลงยาถือเป็นหัวใจของโชเมต์มายาวนานกว่า 250 ปี และถูกนำมาต่อยอดอย่างงดงามในผลงานชุดนี้



ไฮไลต์ของคอลเลกชันคือมงกุฎ aigrette ที่สามารถสวมใส่ได้ถึงสี่รูปแบบ และใช้เวลากว่า 850 ชั่วโมงในการรังสรรค์โดยช่างฝีมือทั้ง 12 คน ณเวิร์กช็อป 12 Vendôme ด้านหนึ่งเผยโฉมปีกสีน้ำเงินด้วยเทคนิคลงยา grand feu ที่เปล่งประกายเคียงคู่การประดับเพชรพาเว่ทรงบริลเลียนต์คัต อีกด้านหนึ่งเลือกนำเสนอความเรียบหรูด้วยแซปไฟร์มาดากัสการ์ทรงหยดน้ำ น้ำหนัก 3.92 กะรัต ที่ประดับอยู่บริเวณใจกลาง มงกุฎชิ้นนี้ยังสามารถแปลงรูปแบบเป็นหน้ากาก ให้อารมณ์สง่างามและลึกลับในเวลาเดียวกัน และเมื่อถอดแยกชิ้นส่วนออกจากโครงสร้างหลัก แต่ละองค์ประกอบยังสามารถนำไปใช้เป็นเข็มกลัดได้อีกด้วย มงกุฎชิ้นเอกนี้บรรจุอยู่ในกล่องพิเศษซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกับ Maison Vermeulen อาเตอลิเยร์ขนนกชื่อดัง เติมเต็มมิติแห่งความละเมียดละไมให้สมกับงานออกแบบอันวิจิตรชิ้นนี้

นอกจากนี้คอลเลกชัน Envol ยังเสริมความสง่างามด้วยสร้อยคอไวท์โกลด์ประดับเพชรและแซปไฟร์มาดากัสการ์น้ำหนัก 10.96 กะรัต ซึ่งสามารถแปลงจากจี้เป็นเข็มกลัดได้ รวมถึงนาฬิกาเครื่องประดับที่เป็นได้ทั้งเรือนเวลาตั้งโต๊ะขนาดเล็กและจี้ห้อยคอ เครื่องประดับทุกชิ้นถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นแหวนที่สามารถถอดประกอบ ต่างหูที่มิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างไร้ข้อจำกัด หรือเข็มกลัดที่สามารถเพิ่มแซปไฟร์เป็นจุดเด่นตามต้องการ ทุกชิ้นล้วนสะท้อนจิตวิญญาณของโชเมต์ที่หลอมรวมความสง่างามเข้ากับพลังและอิสรภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ



